Sirikul's profilesanzokung worldPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 29

    โต๊ะทำงาน

    มองดูแรกช่างรกจริงๆ ช้านทำงานหาเงินตรงนี้จริงๆ หรือนี่
     
    ของศักดิ์สิทธิ์บูชาประจำโต๊ะ แล้วจะทำมาหากินได้มั้ยน้า
     
     
    April 26

    การให้สิ่งที่เป็นข้อมูล = ความจริง หรือ โกหก

    วันนี้ก็โทรโค้ดราคาลูกค้าเป็นปกติ แต่มีลูกค้าสองคนถามคำถามเดียวกัน
     
    "....หนังสือคุณขายดีจริงหรอ"
     
    เลยตอบกลับไปว่าดี แต่ไม่หวังให้เชื่อหรอกนะคะ เพราะยังไงไม่มีใครว่าของๆ ตัวเองไม่ดีหรอกคะ ก็รู้อยู่
     
    ลูกค้าหัวเราะ แล้วก็ลงโฆษณา หลายคนบอกว่า เพราะเราตรงไปตรงมา แล้วก็หนักแน่นมั่นคง เค้าเลยเลือกเรา
     
    รู้ตัวเองอยู่แล้ว ว่าเป็นยังไง แต่ก็ต้องพัฒนามันอยู่ดี คงไม่ฉุดให้แย่ลงหรอก ถึงจะเบื่อเกินไปขึ้นทุกวัน
     
    คำพูดแบ่งรับ แบ่งสู้ ไม่ได้หมายถึงพูดความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว เบื่อความรู้สึกหลังพูดเสร็จนี่แหละ เหมือนโกหกไปเรื่อยๆ ยังไงไม่รู้
     
    ---------------------------------------------------------------------------------
     
    แต่การให้สิ่งที่เป็นข้อมูล ตามที่ได้เรียนมา ก็หมายถึง การนำสิ่งที่เป็นข้อมูล ที่ได้จากการอ้างอิง มากล่าวถึงในแบบของตัวเราเอง ไม่ใช่การลอกหนังสือ ยกเว้นการทำวิจัย ถึงต้องอ้างถึงทั้งหมดตามจริง พร้อมแสดงหลักฐานที่มา แต่เมื่ออ้างมา ของอ้างมา และอ้างมา ก็แปลว่าคนที่เอาข้อมูลมา ต้องนำสิ่งที่คนใช้ความเห็นตัวเองไปประมวลผล พิจารณาทั้งหมด แล้วก็แสดงใหม่ให้คนอื่นเห็น ในแบบของตัวเอง แต่มาจากพื้นฐานความจริง จากความจริงเมื่อก่อน ในความจริงที่ทุกคนได้เห็นทั่วๆ กัน
     
    ถ้าสอดแทรกความเห็นของตัวเอง แล้วโน้มน้าวให้คนอื่นคิดตาม จนกลายเป็นการสั่งจิต ให้เห็นความเห็นส่วนตัว เป็นความจริง ความจริงในความจริง ก็จะหายไป ถึงตอนนั้นจะเขียนด้วยมือได้ คงมีแต่ต้องลบด้วยเท้า ให้เป็นเหมือนเรื่องเล่าของผืนทราย คือจางหายไปกับสายลม ที่เรียกว่ากาลเวลา
     
    คนบางคนไม่สนใจว่าตัวเองได้ใช้ปากและมือ ทำเรื่องในความเห็น ด้วยหลักฐานลวง ข้อมูลเท็จบ้างจริงบ้าง ปนกันไป แล้วส่งผลเป็นลบกระจายเป็นมุมกว้างเหมือนโยนหินลงทะเลสาป เว้นแต่จะเหมือนทะเลสาปไร้ขอบคือ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เรื่องลบกับลบ รวมกันอาจเป็นบวกได้ แต่ลบบ้าง บวกบ้าง ไม่เคยส่งผลเป็นบวก มีแต่จะลบเรื่อยไป
     
    คนแบบนี้เหมือนก้อนหินที่กลิ้งเกลือกลงจากเขา เมื่อกระทำแล้วก็ต้องทำต่อไป ต่อไป และต่อไป เพราะไม่งั้นความจริงที่ขึ้นมาขวางกั้น จะกันไม่ให้เค้าได้กลิ้งต่อไป สุดท้ายบนปลายทางลาด ก้อนหินที่กลิ้งจนกลม พร้อมจะไหลไปตามกระแส คงไม่อาจหยุดตัวเองได้ และท้ายสุดความจริงอาจเป็นหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ที่ก้อนหินมีแต่ต้องจมดิ่ง ไม่มีโอกาสได้แสดงความจริงอะไรอีกเลย เพราะไม่เหลือมุมจะกั้นให้หยุดกลิ้งได้แล้ว จนต้องแตกสลายยามตกกระทบความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีก
     
    คนเราเกิดมา เมื่อเลือกที่จะทำก็เป็น 1 ทำ 1 ทำนี้ ทำได้ทั้งเรื่องดี และเรื่องแย่ๆ เพราะงั้นระหว่างพูดเรื่องจริง ที่คนไม่สนใจมากนัก กับเรื่องแย่ๆ แต่คุยต่อกันได้ไม่จบ คนเราควรเลือกสิ่งไหนกัน
     
    พูดไม่เก่ง แต่ตรงไปตรงมา อาจจะเขียนแบบยาวเป็นน้ำท่วมทุ่งที่เติมสีสรรเกินเหตุไม่ได้ เขียนได้แต่เรื่องสั้นๆ ง่ายๆ ตรงๆ แต่เป็นความจริงอันประเสริฐ
     
    คุณ(ที่ได้เข้ามาอ่าน) จะเลือกสิ่งใด
     
    ------------------------------------------------------------------------------
     
    ไม่คิดว่าตัวเองเป็นบัวเหนือน้ำ หรือ สูงส่ง แต่แค่คิดว่าพูดเรื่องจริง หรือไม่พูดเลยถ้าไม่รู้ น่าจะดีกว่านะ
    April 22

    ร้องเกะ + มีตติ้ง + HBD T คุง

    ไปมีตติ้งบอร์ด Godzy ครั้งที่ 4 และ J-Friend ครั้งที่ 1
     
    ไปสายเพราะวันศุกร์ก๊งเกินเหตุ ควรระวังการดื่มซะแล้ว ไม่น่าเลย มึนยันอีกวัน
     
    เช้าวันเสาร์ตั้งใจจะไรท์แผ่นนิจจี้ตอน 8 โมง แต่ตื่นซะ 9 โมง มาเปิดคอมแบบงงๆ
     
    ไรท์ด้วยความมึน แล้วก็เดินไปอาบน้ำ กินข้าวเช้าไม่ไหว เลยทำเนียนล้างจาน แม่จะได้ไม่รู้ว่าไม่ยอมกิน
     
    ออกจากบ้าน ขึ้นรถเมล์ไปสีลม ตามแผนคือแวะร้าน S&P ซื้อเค้กให้ T คุง เพราะสะดวกสุดที่จะเดิน
     
    คิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี พนักงานเลยแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ เค้กเผือกครีมสด (ว้าว น่ากินอะ)
     
    ให้พนักงานเขียนหน้าเค้กให้ รออยู่พักนึง ก่อนจะเดินไปขึ้นรถใต้ดิน
     
    ยามต้องตรวจของ นาฬิกา 2 กล่องต้องเปิดให้ดูด้วยว่าคืออะไร ของเต็มสองมือ เสียเวลานิดหน่อย เกรงใจคนรอจริงๆ 
     
    ขึ้นรถใต้ดิน ฟังเพลงไปด้วย นั่งจำทำนองเพลงเพื่อร้องเกะ อยากร้อง Thunder Bird Your Voice แต่ Big Echo ไม่มี เสียดายจัง นั่งไปเรื่อยๆ รี่จังก็ขึ้นรถมา ตอนสถานีสุขุมวิท นั่งที่นั่งแถวเดียวกันด้วย แต่รี่ไม่เห็น มาเห็นตอนจะเดินออก (555)
     
    ไปถึงคาราโอเกะ ตอนเกือบเที่ยง ด้วยความกลัวเสียเวลา รีบไปนั่งอีกห้อง พี่แก้วเอาโดโมโตะเคียวได กับ Waratte Inocchi มา อิโนจจิหล่อดี แต่ซึโยชิ.....555
     
    เอาแผ่นคอนเคาน์ดาวน์มาดูด้วย นุ้ยเลยชวนเปลี่ยน ดูคอนแทน ถึงจะเคยดู แต่นั่งดูกับเพื่อนก็เฮฮาดีนะ ส่วนน้องตุ๊น กับ อุ๊ย เงียบมากเลย เข้าใจว่าน้องเกรงๆ พี่ๆ กันอยู่ นั่งๆ กันไปปุ๋ยโทรมาหาบอกมาบุญครองไฟไหม้ ดีที่วันนี้มาร้องเกะนะ ไม่งั้นก็อยู่แถวนั้นกันนั่นแหละ เหอๆๆ
     
    ก่อนออกไปรวมห้อง หยิบคอนอาราชิมาให้น้องนิจจี้ นั่งดู OMIYA SK กัน ขำใช้ได้ ฮากันไป ก่อนกลับไปร้องเกะ ชิงรางวัล
     
    ตุ๊นได้ร้องคนแรก เลือก Ambitious Japan ของ Tokio ลืมเอาเนื้อมา เลยดำน้องไปแบบแฮงค์ๆ (เบียร์ทำพิษ) ตาจะลืมไม่ขึ้น น้องนั่งข้างๆ ก็ดูพี่ป๋วยแย่แล้ว ไม่น่าเลย เสียใจร้องเพลงนี้ไม่ได้เลย T^T
     
    เลือกเพลงกันไป มาถึงเรา ร้อง Fantastipo เพลงมันร้องยากหรอ ทำไมไม่มีใครร้องกันลยน้า เลยได้ร้องคนเดียว ไม่มีใครแย่งชิงไมค์ไป ได้ 91 คะแนน ถือว่าเยอะกว่าคราวที่แล้วนะเนี่ย ดีขึ้นๆ แต่ชีวิตยังแฮงค์อยู่ (เหอๆๆๆ)
     
    มองไปเห็นกล่องของๆ รี่ Funky with White Dragon ทึ่งในความใหญ่ คิดอยู่ว่าซื้อดีไหม ใหญ่ขนาดนี้สงสารมัน เก็บในห้องไม่ได้ ถือซื้อมาก็เก็บขึ้นอย่างเดียว ไม่ได้ซื้อแล้วนะ ซื้อล็อตอื่นแล้วกัน
     
    วันนี้ร้องกันดุเดือด คะแนนพุ่งๆ กันทั้งนั้น เห็นแล้วอึ่งในความสามารถที่ฝึกกันมาเพิ่มเติม คะแนนไม่ต่ำกว่า 80 กันสักคน
     
    ได้ร้องรอบสองตุ๊นเลือก Hakka Candy มาร้อง มีตั้งหลายไมค์ช่วยร้อง เอาเนื้อให้ตุ๊น เพราะคราวนี้ไม่ต้องไมค์แล้ว จำเนื้อได้ชนิดฝั่งแน่น ช่วยน้องร้องได้อย่างสบายใจ หุหุ
     
    รอบสองคราวนี้ตอนแรกจะเลือกซากุราบะ ยูอิจิโร่ แต่หาไม่เจอ เลยเลือก Anniversary มาร้องแทน นุ้ยมาช่วยร้องด้วย ภาษาญี่ปุ่นเพลงนี้คงยาก แต่ก็พยายามดำน้ำไปได้ แต่กี่คะแนนหว่าเพลงนี้ จำไม่ได้ 95 รึเปล่า เพราะสองเพลงรวมกันได้ 186 คะแนนเท่ารี่
     
    ของรางวัลที่เอาไปด้วยคราวนี้คือนาฬิกาสองเรือน SMAP & V6 กับโปสเตอร์ How it going รางวัลที่พี่แก้วเอามา นุ้ยมือไวเอาไปอย่างรวดเร็ว รีบบังคับทวงจุนกับไอบะมาแทบไม่ทัน 555 ตอนนี้ไอบะมาเป็นที่ห้อยมือถือของเราแล้ว ส่วนจุนให้นิจจี้ไป
     
    ต่อจากนั้นเราก็เป่าเค้กให้ซึโยชิ ย้อนหลังไปหลายวัน ทุกคนกินกันหมดด้วย ดีใจ เค้กอร่อย ถึงจะเป็นเผือก แต่ก็กินกันหมด (หรือเพราะร้องเพลงจนเหนื่อย เค้กเลยมาเป็นอาหารเสริมพลังก็ไม่รู้)
     
    ได้ร้องเพลงต่อจากนั้น กันอีกหลายเพลง หลังๆ ก็เลือกร้องเพลง V6 กัน เพราะเพลงร้องง่าย หรือเพราะได้เห็นศิลปินในมิวสิคนั้นไม่ทราบได้ พลังรี่กับอุ๊ยเกิดขึ้นทันที 555
     
    จบมีตติ้งคราวนี้ ด้วยความสนุกสนาน คราวหน้าโยนโบว์(ลิ่ง)ก่อนไป ก็น่าสนุกนะ
    April 10

    สุขสันต์วันเกิดคุณลุงตู้ปลา

    ปีนี้ก็คิดถึงเช่นเคย
     
    จะมีความสุขกับชีวิต และคอนเสิร์ตอยู่รึเปล่า
     
    เป็นห่วงในสุขภาพ และกลัวเธอจะเหงา
     
    แฟนของเธอยังคงสนับสนุนอยู่เช่นเคย และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
     
    Happy Birthday Domoto Tsuyoshi
     
    28th years in your life
     
    I hope you Happy Greeting ye...^^
    April 03

    เริ่มเข้าใจความรู้สึกคนที่หายไป

    เมื่อไม่กี่ปีก่อน คนที่จะบอกเต็มตัวเลยว่าชอบวงจอห์นนี่รุ่นพี่มีไม่กี่คน
     
    ใช้เวลาไม่นาน ประจวบเหมาะกับซึโยชิมาไทย ทำให้เจอทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
     
    กาลเวลาผ่านไป เพื่อนเก็บไว้ในหัวใจ ก่อนจะชอบวงรุ่นใหม่ที่ออกมา แต่ที่ 1 ในใจเป็นคนเดิม แค่ไม่แสดงออกแล้ว
     
    พี่ๆ บางคนเวลาผ่านไป ใจเปลี่ยนไปชอบวงอื่น ส่วนบางคนตามกระแสชอบแค่ไม่นานแล้วจางหาย
     
    น้องๆ ต้องเลือกที่จะหยุดความชอบไว้ในใจ เอาใจใส่กับอนาคตที่สำคัญเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เห็นด้วยนะ
     
    แต่ก็มีทั้งเพื่อน พี่ น้อง ที่เก็บเงียบ ไม่อยากแสดงออก ไม่อยากเปิดตัว หรือเข้าเว็ปอะไรเพื่อบอกกล่าวกับใครต่อใครว่าชอบเพราะมันน่าเบื่อ
     
    เพิ่งเข้าใจไม่นานนี้ว่าความน่าเบื่อ ของคนที่เก็บเงียบคืออะไร เห็นคนน่ารักของเราเป็นอะไรกัน
     
    ชักอยากจำศีล อยู่ในถ้ำ เป็นก๊อตซิล่า นั่งมองตู้ปลาเงียบๆ .....หามาซัก 6 ตู้ให้เหมือนกันเลยดีมั้ย....ตาบ้า
     
    ปล. ป้อมจังบินไปญี่ปุ่นแล้ว จะรีบเก็บตังค์ไปหา ไปยืมห้องซุกหัวนอนดูคอนเสิร์ตนะ...555