Sirikul's profilesanzokung worldPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 31 before 2 years ago me&ARASHIครบสองปีแล้ว
แต่สิ่งที่หายไปก็คือ หายไป
สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป
เหลือไว้แค่เพียงความทรงจำที่หล่อเลี้ยงไว้ ว่าครั้งหนึ่งที่ได้เจอกัน ในเมืองไทย
31 กรกฏาคม 2549 JET STORM ARASHI IN THAILAND
-----------------------------------------
ไม่มาไม่เป็นไร ตามไปดูที่ญี่ปุ่นมาแล้วนะอาราชิโนะมินนะซัง
คอนเสิร์ตเยี่ยมมาก เสียแต่จำไม่ค่อยได้ จำได้แต่วันเกิดนิโนะมิยะซัง กับ ไอบะซัง
อยากบอกว่าทุกวันนี้ มีความสุขดี แล้วก็ยังคงหวัง รอคอย ให้มีโอกาสได้ยินเสียงเพลงจากปากอาราชิซัง
Miss you. July 13 ฮิโรชิม่า เกาะมิยาจิม่า สะพานคินไตเคียว ฟุคุโอกะ 16 มิถุนายนตั้งใจว่าจะออกจากไรซัน ตอนตีห้าครึ่ง ไปขึ้นรถเที่ยวแรกไปฮิโรชิม่า เอากระเป๋าไปเก็บ จะได้ไปเที่ยวเกาะมิยาจิม่ากับสะพานคินไตเคียว ต่อได้
แต่มาออกจริงก็ตอนตีห้าสี่สิบห้า เพราะฟ้ามันสว่างแล้วตอนนั้น เช็คเอาท์ออกด้วยใจโหวงๆ หน่อย เพราะโรงแรมที่ฟุคุโอกะมันดูโนแพลนมากเลยนะ ใบจองก็แค่ข้อความตอบรับจากอีเมล์ แต่ทำไงละนอกจากเชื่อมั่นในระบบ ว่าโรงแรมเมื่อรับจองคือรับจอง แต่บอกเค้าว่าจะไปบ่ายสามเช็คอิน เพราะงั้นต้องไปถึงให้ทันบ่ายสาม ตามเวลา
ขึ้นไปนั่งสายซันโย จากสถานีชินโอซาก้า ต้องขึ้นไปชั้นบนสูงสุด สถานที่แลดูไฮโซกว่าสถานีข้างล่างขึ้นมาทันใด มีลิฟท์ แอนด์ บันไดเลื่อนหลายตัว เวลาใช้เจอาร์พาส โคตรเหมือนคนพิเศษเลย เข้าประตูแบบไม่ต้องรอคิว วันนี้เค้าจะนั่งฮิคาริจังแล้วนะ
ฮิคาริจังดูหรูหราไฮโซกว่าโคดามะคุงสุดๆ บรรยากาศ ผู้คน นายตรวจ ยันพนักงานขายของในรถ บรรยากาศดี๊ดี นั่งรถไปก็นั่งทำการบ้านคำนวณเวลาเดินทางไป จนสุดท้ายก็จดเวลารถไฟที่คาดว่าจะได้ขึ้น แบบเผื่อๆ ตกรถไว้หลายๆ ขบวน
ไปถึงสถานีฮิโรชิม่า ตอนเกือบเจ็ดโมง เอากระเป๋าไปใส่ล็อคเกอร์ ล็อคเกอร์ตู้ใหญ่ใส่กระเป๋าของที่นี่ หกร้อยเยน แต่มันก็ดูใหญ่ แล้วใช้ง่ายอะนะ เมื่อหยอดเงินเสร็จถึงจะไขล็อคได้ ก็เอากุญแจเก็บ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถเพื่อไปเกาะมิยาจิม่า โดยคิดไปเรื่อยว่า จะเป็นยังไงละเนี่ยเกาะกวางดุเนี่ย แล้วไปเวลานี้น้ำลดอะนะ
ไปถึงคลาดเวลากับเรือที่เพิ่งออกไปหนึ่งนาที แอบเซ็ง ต้องรอเรือลำถัดไป ลางไม่ดีเรื่องเวลาละ อันนี้อันแรก
ไปถึงที่เกาะ แดดยังไม่ค่อยมี แต่มองไปนี่ศาลเจ้าลอยน้ำ ไม่มีน้ำ เออเวลาน้ำลด แต่ตอนเดินไปก็ได้เห็นชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นละ มาที่นี่แล้วได้เห็นทะเลจริงๆ ซะที ฮิ้วๆๆ..
ตั้งกล้องถ่ายไป เจอลูกกวางกับแม่ด้วย ยืนนิ่งๆ นั่งนิ่งๆ ให้ถ่าย ก็คิดว่ากวางไม่ดุเท่าที่คิดนะ แต่เก็บเจอาร์พาส ในกระเป๋าก่อนก็ดี เพื่อความไม่ประมาท แล้วก็เป็นอย่างที่ไม่อยากคาด
ไอ้กวางบ้า เอาแผนที่ไปกินจนได้ แล้วพอมีแผนที่ มันเดินตามกันมาเลยสามสี่ตัว เวรชีวิตจริงๆ เลยต้องทิ้งแผนที่ทั้งหมดให้มันไป จะได้ไม่เดินตามมา เพราะมันเดินแบบจะวิ่งตามเลยถ้าไม่ให้ เอาไปเลยไป
ศาลเจ้าลอยน้ำ ไม่มีน้ำ แต่ก็มีคุณประโยชน์ที่ทำให้นั่งห้อยขาถ่ายรูปได้ มาน้ำขึ้น ไม่มีวันได้เห็นซะละ แล้วน้ำลดแบบนี้ นกกระยางสีขาวก็มาหาปูกิน ได้เห็นนกที่สวยสุดๆ คิเระ.....
แอคท่าถ่ายรูปเหมือนประหนึ่งมีเพื่อนไปด้วย ถ่ายแบบรูปศิลป์ เล่นมุมกล้องกับตัวเอง จริงๆ มาคนเดียวก็ดีนะ เรียนรู้มุมกล้องของตัวเองได้อีก โฮะๆๆ
ออกจากศาลเจ้าไปสวนโมมิจิ ใบเมเปิ้ลญี่ปุ่นสวยมาก แต่ไม่ได้เข้าสวนละ ไปแค่ใกล้ๆ เพราะจะทำเวลาเดินออก เกาะนี้เงียบมากเพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว แต่บรรยากาศนี้สงบดีจัง ชอบ ^^
เดินกลับไปท่าเรือ ระหว่างทางก็ขึ้นไปดูเจดีย์ห้าชั้นด้วย ถ้าดูจากยุคสมัย และกวางบนเกาะ มิยาจิมะได้อิทธิพลมาจากสมัยนาระแน่ๆ เหมือนกันทั้งการสร้างสถานที่ กับ กวาง แต่อีกวางเกาะนี้ ดุโว้ย
เห็นเรือเจอาร์เทียบท่า แล้วไงละ ยังเดินด๊อกแด๊ก กว่าจะไปถึงมันคงออกไปละ เอาเหอะ ตกเรือก็ช่างแล้ว รอบสองของวัน ที่ตกพาหนะ เหอๆๆ
กลับมาขึ้นรถไฟไปสถานีอิวาคุนิ เพื่อจะไปสะพานคินไตเคียว แล้วก็ลงรถแบบตะลึงตึง เออ เป็นสถานีที่ใช้ไปสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง แต่ไม่มีภาษาอังกฤษเลย
นั่งเดากับบรรยากาศแล้วพบว่า กรูควรเดินไปซื้อตั๋วรถเมล์ละนะ ก็บอกคนขายคินไตเคียว แล้วป้าแกก็พูดอะไรไม่รู้ แต่ลุงที่ซื้อก่อนหน้าแกพูดว่า รีทราน เลยบอกไปว่าโน
ไปถึงสะพานก็ไม่ได้สังเกตป้ายที่ลงเท่าไหร่ เข้าใจว่าต้องข้าม ไปซื้อตั๋ว สงสัยต้องขึ้นฝั่งโน้น เรื่องพลาดๆ ก็เกิดขึ้นละ แต่ยังไม่รู้ตัว
ลงไปถ่ายด้านล่างสะพาน แล้วก็ช่างใจว่าจะขึ้นสะพานดีมั้ยแค่ค่าข้ามมันสามร้อยเยน แค่เดินข้ามเองนะ แล้วก็คิดว่าถ้าไม่ข้าม จะเสียดายนะ ข้ามแล้วบ่นเสียดายตังค์ไปเถอะ
ข้ามไป แล้วก็ข้ามกลับ เพื่อจะมาขึ้นรถ เดินไปซื้อตั๋ว แล้วก็ถามเวลา ก่อนจะไปเข้าห้องน้ำ เพราะเห็นว่าอีกตั้ง 15 นาที แล้วไม่สังเกตว่าป้ายรถสองป้ายมันเขียนว่าอะไร ไอ้ลุงขายตั๋วมันก็ชี้เฉยๆ ว่าป้ายสาม แล้วในสถานีมันก็มีป้ายเลขสาม ก็คิดว่าป้ายนี้
พอถึงเวลาไม่เห็นรถ ถามลุงแกอีกที ว่ารถละ แกก็ทำหน้าเซ็งๆ ใส่ก่อนจะออกมาชี้ว่า ฝั่งโน้น -*- อ้าวป้ายเดิมที่ลงมานี่หว่า เซ็งทันใด แล้วไอ้ป้ายเลขสามนี่เอามาทำมาย เอาออกไปเด้
เดินข้ามไปขึ้นรถเมล์ พอจะโทรหาใครเพราะอยากบ่นๆ ในความเซ็ง ตกรถมันไม่ใช่อะไร แต่มันเสียดายเวลา อยากเอาไปดูอะตอมมิคบอมส์โดมอะ ซอฟท์แบงค์ก็ไม่มีสัญญาณอีก เวร -*-
ตกรถสามรอบแล้วนะ วันนี้ มือถือไม่มีสัญญาณอีก T^T
นั่งรถเมล์แบบเซ็งๆ ไปสถานีชินอิวาคุนิ คนละสถานีกับสถานีอิวาคุนิ อยู่ไกลกว่า เมื่อเดินทางจากสะพานคินไต เป็นสถานีที่มีชินคันเซ็นจอดแบบ ดูวังเวง ตราประทับก็หมึกหมด เซ็งจัง
ระหว่างยืนรอ ก็มีโนโซมิจังวิ่งผ่าน เสียงดังมากจนผู้หญิงคนนึงที่นั่งรออยู่ ตะโกนตามรถ มันก็ดังจริงๆ นั่นแหละ เร็วเหมือนจรวด อยากนั่งโว้ย ดูหรู แต่ไม่มีจอด สถานีนี้มีแต่โคดามะคุง นั่งโคดามะแบบ ทำไมรถมันถึงอับขนาดนี้ กลับไปฮิโรชิม่า แต่บ่นยังไงก็หลับอยู่ดี
เปิดล็อคเกอร์ เอากระเป๋าไปฟุคุโอกะ เพราะเวลาไม่มี อีกสิบกว่านาทีต้องขึ้นรถไฟละ แล้วต้องเดินกลับไปขึ้นสายซันโยอีกสองชั้น จากเมื่อกี้ที่วิ่งลงมาสองชั้น ซื้อเบนโตะ แล้วก็เดินไปขึ้นรถ
นั่งมองวิวไป มองฟ้าไป อาเมะจังจะลงแล้ว ฟ้ามัวเชียว แล้วสองชั่วโมงก็ผ่านไปด้วยการนอนหลับเช่นเคย - - zzz
มาถึงฟุคุโอกะแบบ อ๋อ นี่หรอฟุคุโอกะ เจริญอย่างที่เห็น ลงจากซันโยมา แล้วมีทางออกสองทาง East กับ West มองไปทางเวสต์ แล้วก็เห็นป้าย Main Bus Station อยู่ที่อีสต์ จากที่ดูมาต้องลงอีสต์สินะ เซนต์การอ่านแผนที่ยังดีอยู่ เดินไปก็ขอแผนที่ฟุคุโอกะ แล้วพอถามถึงเวลคัมการ์ด พนักงานก็ทำหน้างง ไหนบอกว่าขอจากทัวร์ริส อินฟอรเมชั่นได้วะ สงสัยคนเขียนหนังสือ เจอสถานะการ์ณเดียวกันชัวร์
เดินจากแผนที่ที่เค้าให้ เพราะลืมแผนที่โรงแรมไว้เมืองไทย 555 ดีที่จำได้ว่า เดินไปจะเจอ Nishitetsu hotel แล้วก็จะเจอ ตึก NTT ก็เจออย่างที่ความจำมี แล้วก็จำได้ว่าปากซอยโรงแรมจะมีลานอะไรสักอย่าง แต่ไอ้ลานบ้านั่น แปลงร่างเป็นที่จอดรถละ แล้วโรงแรมฉันละ ก่อนจะเดินเจอ Raizenkaku hotel แปลว่าเลยแล้ว เพราะต้องอยุ่ซอยใกล้ๆ ที่นี่ แล้วก็เดินมาเจอ Residen hotel โอ้ ป๋วยมาถูกทาง โรงแรมเราถัดไป นี่ไง Hotel New Simple ที่เราจองไว้ เดินไปหาแบบใจเต้น เพราะมาถึงตอนจะห้าโมง เลทไปเกือบสองชั่วโมงจากอีเมล์
ลุงฟรอน์ท พูดอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ยังกล้าพูด หยิบใบฟลอแปลน มันเขียนชื่อเราอยู่ว่าใช้มั้ย พอตอบว่าเยส เค้าก็โอเค ลุงแกพูดอะไรอีกที่รู้แล้วว่าแกคงบอกว่าต้องจ่ายเงินก่อน อย่างในอีกเมล์ ก็เลยส่งเงินให้พร้อมพาสปอร์ต แกส่งคืนมาให้พร้อมกับบิล กุญแจ และเงินทอน ก่อนจะหยิบแผนที่ส่งให้สองแผ่น ที่มีโรงแรมอยู่ในแผนที่ แล้วก็บอกประมาณว่ากุญแจไม่ต้องคืนเอาไปได้เลย เพราะสี่ทุ่มฟรอน์จะปิด แต่ประตูเปิด 24 ชม. นี่คาแนลซิตี้ นี่เทนจิน มีแต่ที่เที่ยว แล้วก็บอก อ่า...เบรคฟาส (หา มีด้วยหรอ) บอกเป็นเวลา แต่ฟังไม่ออก เข้าใจว่า เก้าโมง...
เข้าห้องพักแล้วประทับจิต ห้องเล็กกว่าไรซัน แต่ห้องน้ำในตัว มีกระจกในห้อง มีไดร์เป่าผม สายแลนเล่นเน็ทถ้าเอาโน้ตบุ๊คมา พร้อมโต๊ะวางของ โอ้......ดูดีนั่นแหละ โดยรวม
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนั่งดูทีวี มีช่องที่ฉายชุคุไดด้วย ทำไมเมื่อวานไม่มีมั่งเนี่ย ทีวีจอแบนด้วย
แล้วก็ออกจากโรงแรมไปเดินเล่นในเมืองดีกว่า แต่หาป้ายกิออนไม่เจอ เพราะเดินออกผิดทาง แต่ก็มั่วๆ งงๆ ไปคาแนลซิตี้ได้ เป็นจังหวัดที่ไม่มีอะไรนอกจากห้างจริงๆ เลยนะ ต่อรถเมล์กะว่าจะไป yahoo dome กับฟุคุโอกะทาวเวอร์ ก็ขึ้นรถไป ไม่ได้สังเกตว่ามันเขียนอะไรสักอย่าง แล้วก็ถึงคราวจะหลงของวัน เพราะต้องลงป้ายย้าฮู้โดมมาเอะ แต่คิดว่าจะลงทาวเวอร์ต้องป้ายหน้า แล้วไงละ ไม่จอด เลยไปนู่น หมู่บ้านอะไรสักอย่าง จ่ายเงินไม่ถูก งงๆ ด้วยว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ คนขับก็ใจดี ถามว่าขึ้นมาจากป้ายไหน พอบอกเทนจิน เค้าก็บอกหยิบตั๋วตอนขึ้นมั้ย พอส่งให้ก็บอกให้จ่ายเงินตามช่องของเลขในตั๋วนะ โอ้ บางอ้อ ป้ายรถเมล์ที่นี่จะให้บัตรอะไรสักอย่าง แต่เวลาหยิบมาให้ดูแล้วก็จ่ายเงินตามเลข เดินย้อนกลับไปฟุคุโอกะทาวเวอร์ แบบฝนตก เมืองเปลี่ยว มนุษย์ไปไหนกันหมดละเนี่ย แล้วต้องเดินตัดสวนสาธารณะไปทาวเวอร์แบบ ไม่มีคนผ่านมา ให้หนาวใจเล่น
ไปถึงทาวเวอร์ ร้านขายของปิดไปเกือบหมดละ แต่ยังขึ้นได้เพราะปิดทาวเวอร์สามทุ่ม เลยชี้ๆ เวลคัมการ์ด เค้าถามว่ามีมั้ย บอกไม่มี เลยได้มา เพื่อเป็นส่วนลด จาก 800 เหลือ 640 ขึ้นไปพร้อมคนเกาหลีสามคน ด้วยความตื่นเต้น เพราะลิฟท์แก้ว ข้างบนเป็นกระจกใส สูงๆๆๆๆๆ ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะมาถึงจุดชมวิว ทำไมมีแต่คนอยู่เป็นคู่ๆ ฟระ
บรรยากาศสีชมพูอบอวล อิจฉาว้อย คนไม่มีแฟนมั้งให้รู้ไป ไม่เป็นไร คิดถึงคุณซึโยชิก็ได้ ตอนเสี่ยงเซียมซี ที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกลับไปลงลิฟท์ พนักงานบอกต้องเดินลงไป หา.....
แต่เอาจริงก็เดินลงมาชั้นเดียว ก็เจอจุดขายของที่ระลึก นโยบายการตลาดแยบยลมาก ลงมาเจอเกาหลีสามคน นั่งทำเหรียญที่ระลึกอยู่ ก่อนจะเดินมาขึ้นลิฟท์ลง และออกไปป้ายรถเมล์ เพราะฝนมันตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นรถที่เขียนว่าฮากาตะ แล้วก็ถูกคันแล้ว มันจอดป้ายอย่างที่เห็นในเวปเลย ก่อนจะข้ามทางด่วน อย่างที่คิดว่าในเวปมันเขียนลัดแบบนี้ทางด่วนชัวร์ รถมันจอดป้าย ไล่มาเลย จนโล่งใจ จะได้เห็นละป้ายกิออนมาจิ อยู่ตรงไหน 555
ลงจากรถป้ายกิออนมาจิ จำป้ายว่าเดินมาตรงไหน ก็เดินไปหาน้ำกิน ตัดสินใจผิดซื้อสปาร์คกิ้งวอเตอร์มา รู้งี้ซื้อเบียร์ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยก็ดี โซดารสชาดห่วยมาก ใครกินเปล่าๆ ได้เหมือนในโฆษณานับถือเลย แถมทำตกแล้วมันก็พุ่งๆๆๆ ออกมาได้อีก เห็นแล้วคิดถึงโฆษณาโซดาตราสิงห์ ซ่าส์ทุกหยด เปิดทิ้งไว้ทั้งคืน ปิดฝาทำตก มันยังพุ่งต่อได้เลยตอนเช้า สวยแต่ขวดจริงๆ แล้วมะนาวมีแต่กลิ่น
เปลี่ยนยูกาตะนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะเป็นคอนแล้วเฟ้ย >< ตื่นเต้นๆๆ July 06 โอซาก้า - ทาการะซึกะ - ฮิเมจิ 16 มิถุนายนผิดแผนแต่เช้าตื่นนอน
เมื่อวานยังไม่ปิดไฟนอนเลย แถมตื่นมาหนาวอีกเพราะเมื่อวานฝนตก เริ่มเป็นหวัดแล้วงับ
ตื่นมาอย่างแรกก็เปิดทีวี โคตรเป็นกิจวัตรเลยชีวิตนี้
นั่งดูข่าวบันเทิง แล้วก็มีข่าวที่โตเกียวโดมของคอนอาราชิ
ดูนิโนะมีความสุขดีนะ กับการอวยพรวันเกิด อย่างที่หยิ่นบอกว่าแฟนโตเกียวต้องร้องให้ก่อนอยู่แล้ว
แล้วก็ได้ยินอะไรที่สะดุ้งหูว่า ไทเป เกาหลี เซี่ยงไฮ้
ยังไม่อยากคิดถึงอะไรแบบนั้น เช่นว่ามันจะทัวร์เอเชียอีก เพราะแค่นี้ก็ใกล้บ้าละ
เดินไปชงกาแฟ ก่อนจะนั่งกินมาม่าไป เพราะจะกินยา หลังจากกินยาเสร็จ ก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน
แล้วก็นั่งจัดของที่ทิ้งไว้ทั่วเตียงตั้งแต่เมื่อคืนหลังนอนน็อค
ดูอาการของตัวเองว่าจะไหวรึเปล่ากับการเที่ยววันนี้ เพราะหวัดเริ่มมากิน
แล้วก็นั่งดู เบื้องหลังการถ่ายทำ CHANGE ไป คิมุระซังหล่อดีเนอะ
หลังจากดูว่าไม่เซ ไม่เบลอ วันนี้พอไหว ก็ไปเที่ยวดีกว่านะเรา
บัตรคันไซทรูพาส หมดอายุไปแล้ว เพราะงั้นวันนี้ต้องไปไหนต่อไหนด้วยเจอาร์พาสละ
ว่าแล้วก็เดินไปสถานีชินอิไมมิยะ นั่งลูปไปสถานีโอซาก้า ระหว่างทางก็แวะที่นัมบะดูว่าจะไปโดทมโบริยังไงดี
สรุปว่าต้องเดินเข้านัมบะวอร์คนั่นแหละ เพราะมันสะดวกที่สุด ก็นั่งรถกลับ
กินเบนโตะไประหว่างที่รอลูปไปโอซาก้า ก่อนจะต่อรถไปชินโอซาก้า
แล้ววันนี้ก็ได้เจอว่ามันมีทางเดินจากสายมิโดซุยจิ มาถึงสถานีชินโอซาก้า เมื่อวานไปอ้อมเล่นในเมืองทำไมเนี่ยฉัน
เอาเหอะ ถึงได้เจอจุนอิจิไง คิดอะไรมาก นั่งรถไปฮิเมจิดีกว่า
ทีนี้ไงละ พลาดครับ
อย่างที่บอกว่าชานชาลามันตรงข้ามกัน แล้วทีนี้ ลงไปผิด
รถไฟมันจอดอยู่สองคัน จริงๆ ต้องไปอีกชานชาลานึงเพื่อไปฮิเมจิ แต่ดันลงมาสถานีที่ไปทาการะซึกะ
ตอนนั้นยังไม่รู้ตัว แต่มีนายตรวจเดินมา
เรื่องของเรื่องคือรถคันนี้จะไปใช้รางของสายอื่น เพราะงั้นต้องเสียค่าเส้นทางให้เค้า จะไม่เสียถ้าลงแค่ทาการาซึกะ
เค้าเลยบอกว่าต้องลงไปทาการาซึกะนะ ไปเปลี่ยนรถ
ก็โอเค ลงทาการาซึกะ แล้วไงละ ไหนๆ มาถึงแล้วเที่ยวแถวนี้เถอะ
เดินจากรถไฟเจอาร์ไป ก็ได้ตราประทับมาอีกอันละ น่ารักชอบอะ ก็เจอสถานีของสายฮันคิว ใหญ่โคตร
สถานีของสายฮันคิวเป็นห้างในตัวด้วย ใหญ่มากๆ แถมช้อปเอยูที่นี่ก็ใหญ่มาก
และมีโปสเตอร์จุนที่ติดแบบล่อแหลมมาก สภาพเหมาะแก่การแกะ แต่ไม่น่าสนใจ ไม่ใช่ไอบะ
เลยเข้าไปหยิบโบร์ชัวร์ที่มีแค่จุน เอ๋ เค้ามีกันด้วยหรอแบบนี้
คิดว่าหยิบมาเยอะแล้วนะ แต่ก็ไม่ใช่ปึกใหญ่เท่าไหร่
ก่อนจะเดินไปเจอโรงละครทาการะซึกะ ที่มีคนกำลังยืนขายตั๋ว
เข้าไปเลียบๆ เคียงๆ ก่อนจะเจอป้า ควักแบ่งหมื่นมาคลี่เตรียมจ่ายค่าตั๋ว หะ ใบเกือบแสนเลยรึ
เผ่นหนีไปทันที เมื่อเห็นว่าราคาไม่ได้ละ แต่ฉันไม่ได้มาดู ถึงจะอยากดูก็เถอะ
เดินไปบ้านอาจารย์เทตซึกะ ที่ห่างออกไปอีกห้านาที
เจอฮิโนโทริ รับแขกอยู่ที่หน้าประตู เย้น่ารัก
แล้วก็เห็นรอยเท้าเหมือนฮอลลีวู้ดสตรีท มีของตัวละครทุกตัว เป็นรอยมือ กับรอยเท้า
เสียเงินซื้อบัตรโดยการหยอดตั๋ว พนักงานเค้าถามว่า มาจากประเทศไหนเพราะเห็นเจอาร์พาส
บอกว่าไทยแลนด์ เค้าเลยถามว่าสูจิบัตรจะเอาของประเทศไหน เลยตอบว่าอิงลิช
เดินเที่ยวอย่างเริงร่า เพราะมีแต่การ์ตูนๆๆๆ ถ้าอ่านรู้เรื่องคนได้แช่เป็นวันเพราะชั้นสามมันมีหนังสือให้อ่าน
มีสามชั้น ใต้ดิน ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง
ชั้นหนึ่ง เป็นหอชีวประวัติ กับโรงหนัง ที่เริ่มฉายไปแล้วห้านาที อดดูอะ
ชั้นสองเป็นร้านขายของที่ระลึก ที่เล่นเกมส์ กับจังเกิ้ลคาเฟ่ แล้วก็ห้องโชว์ผลงาน
ชั้นใต้ดินเป็นที่สอนวาดรูป กับห้องแสดงความคิด
เผลอกินน้ำ จนเค้าวิ่งมาบอกว่าชั้นใต้ดินห้ามกิน ให้ไปกินที่ชั้นสอง เพราะมันเป็นคาเฟ่
เดินถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะออกมาถ่ายรูปที่ถนนในเมืองต่อ เป็นเมืองที่สวยจัง อย่างกับเมืองในภาพวาดแถวยุโรป
สวย และเงียบ จนอยากอยู่แถวนี้บ้างจัง
เดินกลับไปช็อปเอยู หยิบโบร์ชัวร์จุนมาอีกนิดหน่อย เพราะนับแล้วว่าหยิบไม่ครบคน
จริงๆ ควรจะหยิบเยอะกว่านี้ แต่เกรงใจพนักงาน เพราะรอบสองไม่มีลูกค้าอะ เผ่น
กลับมาเค้ากำลังถ่ายหนังกันอยู่ด้วย
เดินดูในห้างของสถานีอีกนิดนึง ก่อนจะเดินไปสถานีรถไฟ
แล้วก็งง เพราะไม่มีคันไหนเขียนว่าไป ชินโอซาก้า
แล้วแผนที่ก็ไม่มีภาษาอังกฤษด้วยเถอะ Izaki คือที่ไหนละ
เลยไม่กล้าขึ้นลิมิเต็ดเอ็กซเพลส ตัดสินใจนั่งโลคอล เพราะไม่รู้จะจอดป้ายไหน
แล้วก็อยากจะกรี๊ดเพราะพอขึ้นรถมา แผนที่ในรถบอกว่า Izaki คือปลายทาง แต่รถจะจอดที่ชินโอซาก้าทุกคัน เสียเวลาทำไมเนี่ย
พอเปลี่ยนรถไปขึ้นชินคันเซน ก็ยังไม่ได้ขึ้นสายซันโย เพราะรถเวลานั้นไม่จอดฮิเมจิ
ระหว่างนั่งลิมิเต็ดเอ๊กซเพลส ไปก็นั่งอ่านว่าฮิเมจิปิดห้าโมงเย็น
แล้วตอนนี้มันสี่โมงสิบแล้วนะ จะไปถึงทันมั้ย
เลยตัดสินใจ ไปไม่ถึงหรือไปถึงก็แล้วแต่ดวงละ
ก่อนจะได้นั่งก็มาถึงสถานีชินโกเบ ขาถึงได้พัก
จริงๆ ขาพลิกที่ทาการะซึกะ กำลังปวดขาอยู่เลย แถมเมื่อยสะสมมากเกียวโต
พอไปถึงฮิเมจิ เหลืออีกห้านาที จะปิดขายบัตร ฉันยังอยู่สถานีฮิเมจิ
เลยเดินแบบถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เข้าห้างแล้ว หาช็อปเอยูไป ระหว่างเดินไป
ไปถึงลานหน้าปราสาทที่ฟ้าใส ให้เที่ยวอย่างเป็นสุข ถ่ายรูปเล่น
ก่อนจะเดินกลับทางเดิม แวะหยิบเล่มเอยูต่อไป แล้วก็ซื้อน้ำ
นั่งรถกลับโอซาก้าด้วยโคดามะ อยากรู้ว่าเป็นยังไง ก็เป็นอย่างเซ็ง รถเหม็นอับๆ อะ แล้วบรรยากาศพนักงานไม่เป็นมิตรเลยนายตรวจออร่าน่ากลัว แต่ก็นั่งหลับกลับมาชินโอซาก้า (หลับอีกแล้วเมื่อนั่งไกล ไม่ได้คิดว่าไม่ได้อยู่ไทย หลับเป็นปรกติเลย)
ต่อรถ ไปนัมบะ เพื่อจะเดินไปโดทมโบริ แบบปวดขา แอนด์งง เพราะมันมืดแล้ว ไปทางไหนเนี่ย ออกมาจากเจอาร์นัมบะแล้ว ไม่เห็นเลย เดินออกมาแบบฟ้ามืดๆ ก็ยังไม่เห็น ทำไงดี เจอป้ายนัมบะวอร์ค ก็เข้าไปดูแผนที่
เออนะ จริงๆ จะไปมันต้องเข้านัมบะวอร์คต่อแล้วจะลัดไปได้หน่อย ก็เดินไปจากนัมบะวอร์คใต้ดินนั่นแหละ
งงไป หลงไป จนต้องหยิบหนังสือนำเที่ยวออกมาดู
ถึงได้หาเจอว่าอยู่นี่แล้ว คุณปู
เจอคุริคาเอรุ แล้วก็มีคนจีนที่มาเที่ยวถ่ายรูปให้ เพราะเค้าเห็นว่าจ้องคุณตุ๊กตาคงอยากถ่ายรูปด้วยใช่มั้ย
ก่อนจะเดินไปเจอยามะพี ป้ายโฆษณาโน้ตบุ๊คใหญ่โคตร ว่าแต่ทำไมมันสว่าง
อีกฝั่งตรงข้ามก็คือป้ายป๊อกกี้ ที่ชาวบ้านเค้าถ่ายกัน
แล้วป้ายก็สว่างชนิด ที่เปิดออโต้แฟลชไว้ ยังไม่ขึ้นแฟลชเลย ไม่เป็นไร มาถึงพอแล้ว
เจอป้ายคินคิ ที่ปุ๊กถ่ายมาให้ดูคราวที่แล้ว คิดถึงจังเลยคุณซึโยชิ
แล้วก็เดินไปซื้อเครป ก่อนจะเดินกินเครปพีชแอนด์สตอร์เบอร์รี่ ตอนสามทุ่ม เออ
พอลงมานัมบะวอร์ดอีกครั้ง เพราะไปสถานีเจอาร์นัมบะ เค้าปิดร้านกับเรียบแล้ว
ง่า แถวนี้ปิด แล้วแถวโรงแรมจะเหลือหรอ
ฝนเริ่มตกตามพยากรณ๊อีกต่างหาก ลงเม็ดเป้งๆ เลยด้วย
รีบเผ่นกลับโรงแรม ไปอาบน้ำอีกหนึ่งวัน แต่ก่อนอาบน้ำ ก็เปิด CHANGE ทิ้งไว้เพื่อเพิ่มเรตติ้ง แล้วค่อยไปอาบ
ก่อนจะเข้ามาออนเอ็ม เพื่อรับรู้ว่าอาราชิมันทัวร์เอเชียจริงๆ ด้วย
ช่างมันเถอะ วางแผนดีกว่า พรุ่งนี้จะไปมิยาจิม่า กับ อิวาคุนิ ยังไงดี
ตอนนี้ไปเก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอาท์พรุ่งนี้ดีกว่า
ขณะนี้กระเป๋านารายาในกระเป๋ามันงอกมาอยู่นอกกระเป๋าแล้ว พร้อมของเพิ่มขึ้น
555 อะไรกันเนี่ย นี่แค่วันที่สามเองนะ ของเริ่มเยอะละ โอซาก้า เกียวโต 15 มิถุนายนวันนี้ตื่นมาตอนเช้า แล้วก็เดินไปปิดแอร์ แล้วก็เผลอหลับต่อ
ตื่นมาอีกทีตาตั้ง จะสิบโมงแล้ว อ๋า จะไปเกียวโตไม่ใช่รึ
แต่วันนี้เจอาร์เรียลพาส เริ่มใช้แล้ว เลยตัดสินใจนั่งชินคันเซน ไปแทนเผื่อจะเร็วขึ้น
พอนั่งใต้ดินไปสถานีชินโอซาก้า ก็ออกประตูผิดอีกละ แผนที่ก็ไม่มี ขึ้นมาถึงมันตรงไหนในโอซาก้าละนี่
เลยเดินไปตามถนนที่เขียนว่าชินโอซาก้า แล้วก็แวะเข้าร้านหนังสือข้างทาง
ได้สแนปโอกาดะจุนอิจิมาหนึ่งเล่ม แล้วก็ได้เปิดสมุดรวมภาพฮานะโยริ เพราะเค้าไม่ได้ห่ออะไร อือม์หล่อดีนะจุน
แล้วก็เดินเล่นต่อไปจนถึงสถานีชินโอซาก้า งงๆ กับสถานี จนขึ้นรถไฟ ยังไม่ใช่ชินคังเซ็น
รางที่ไปได้อยู่ตรงข้ามกันคนละฝั่ง ไม่ได้อยู่ชานชาลาที่คู่กัน เพื่อ??
เอาเหอะ นั่งรถไปเกียวโตแบบหวานเย็น เพราะเป็นรถราพิท ที่ไม่ใช่ลิมิเต็ดเอ๊กซเพลส จอดแค่บางป้าย เหมือนรถเมล์เมืองไทย (แต่ถ้านั่งโลคอล คงหลับต่อไป)
ไปถึงสถานีรถไฟเกียวโต อย่างตะลึง ใหญ่มาก
งงกับป้ายรถเมล์ ก่อนจะตัดสินใจขึ้น สายที่เขียนว่าไป Ginkakuji วัดทอง ไม่ให้พลาด
พอไปถึงก็ยืนงงๆ ก่อนจะเดินตามคนที่ถือกล้องเหมือนกันไป
บัตรคันไซทรูพาส จะขึ้น KotsuBus ที่เกียวโตได้ แต่ขึ้นของนาระไม่ได้
KotsuBus คือรถที่จะวิ่งผ่านเส้นทางท่องเที่ยวสถานที่สำคัญเท่านั้น ไม่วิ่งทั่วไปในเมือง
Kotsu ของนาระต้องซื้อตั๋ว เหมือนแพ๊คทัวร์ แล้วมันจะพาไปทุกที่เที่ยว
Kotsu ของเกียวโตมีสามสาย 101 102 103 วิ่งเส้นที่ตัดผ่านวัด วัด วัด แอนด์ วัด โดยมีแผนที่บอกว่าไปวัดไหนก่อน ไม่อ้อมไปมาในเมืองเหมือนรถเมล์ทั่วไป
แต่รถเมล์ทั้งเกียวโตใช้บัตรนี้ได้หมด แล้วพอไปถึงสถานที่สำคัญ ทุกคัน จะบอกเป็นภาษาอังกฤษด้วยว่า ถึงแล้วนะ ที่นี่เป็นเวิร์ดเฮอรี่เทท ด้วยนะ ไฮเทคโคตร พร้อมตัวอักษรไฟวิ่ง
ถ้ายังหลงในเกียวโต ก็แย่ละ เป็นจังหวัดใหญ่ที่ เอาใจใส่ด้านการท่องเที่ยวมาก
ชอบรถเมล์ญี่ปุ่นอยู่หนึ่งอย่าง มีกริ่งให้ส่วนตัวทุกเก้าอี้ ทุกห่วงที่เกาะ ยันที่เสา แล้วรถแน่นยังไง ถ้าคุณกดแล้ว เค้าก็จะรอคุณลง ให้เรียบร้อยก่อน แถมยังวิ่งตรงเวลามาก จนขำกลิ้ง เพราะเห็นป้ายว่ารถมา บ่ายโมงสามสิบสองนาที ตอนสามสิบนาที สามสิบเอ็ดนาที ยังไม่เห็นรถ แต่พออีกประมาณสามสิบวินาที จะสามสิบสองนาที รถก็วิ่งมาละ พร้อมจดป้ายพอดีเป๊ะกับเวลา
ได้นั่งข้างหลังคนขับอยู่ครั้งหนึ่ง จะมีนาฬิกาดิจิตอลจับเวลาเลยว่า ตอนนี้กี่โมง อีกกี่นาทีต้องถึงป้ายหน้า ถ้าจอดรอคนลงนานคนขับจะขับเร็วขึ้น แต่ถ้าทำเวลาพอดี คนขับจะวิ่งปรกติ เห็นแล้วประทับใจ ทำไมบ้านเรามันไม่ทำแบบนี้บ้าง (ทำไม่ได้เพราะเมืองไทยรถติด แล้วก็ไม่บังคับคนขับเพราะเดี๋ยวกดดัน)
แผนที่เส้นทางเดินรถก็เขียนละเอียด รถจะวนจะวิ่งย้อนตรงไหน ก็บอก เป็นป้ายๆ ไปเลย ชนิดที่หลับก็ไม่กลัวหลง เพราะหูได้ยินเสียงตลอดแน่ๆ (ไม่มีใครหลับลึกบนรถเมล์กันหรอก)
แวะถ่ายรูปกับอาจิไซที่บานอยู่ข้างทาง เป็นกอใหญ่มาก เป็นสีฟ้า ดินตรงนี้เป็นด่างสินะ จะได้เห็นสีชมพู หรือแดงที่ไหนนี่
เจอโชว์รูมโตโยต้า แต่หาทางเข้าไม่เจอ อยากได้แฟ้มน้องโชมากมาย หรูดี ผ่อนรถสามปี 555 เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนของคนที่จะสร้างตัวเองซื้อบ้าน ซื้อรถ ดูน่าเชื่อถือนะคุณชาย
ไปวัดเงินต่อ ว่าแต่ตัววังอยู่ไหนละนี่
หลังจากเดินชมสวนสวยจนอยากหาที่นอนใต้ต้นไม้สักที่ ก็เห็นละว่ามันซ่อมอยู่ -0- เหลือให้เห็นแต่รูปว่าหน้าตาอย่างนี้ งือ...
แล้วก็เลยจะไปวังนินนานจิ แต่นั่งรถเมล์ไปแล้ว รถวิ่งกลับเข้าอู่เฉยเลย ไม่ได้ขึ้น Kotsu ขึ้นรถเมล์ธรรมดาเลยเป็นแบบนี้
ต้องไปรอขึ้นรถที่เทอร์มินอล แต่ขึ้นคันไหนอะ ไม่มีภาษาอังกฤษ เลยตัดสินใจถามอินฟอร์เมชั่น
เค้าบอกจะไปนินนานจิ ต้องไปสายสีน้ำเงินรถจะออกในหนึ่งนาทีวิ่งไปเร็ว
เลยขอบคุณพร้อมกับวิ่งไป แต่รถก็ออกไปประตูไปแล้วพอดี
เลยต้องเดินไปอีกสายหนึ่งที่จะออกในสองนาที ไปวัดน้ำใสแทน คนแน่นโคตร
รถผ่านกิออน ก่อนจะไปอีกสี่ป้ายถึง Kiyomizu วัดน้ำใส
เดินขึ้นเนินไปจนเกือบหมดแรง แล้วก็ร้อนจัง
เลยไปซื้อซอฟท์ครีม ก่อนที่จะโดนสั่งให้นั่งกินก่อนจะเข้าวัด ไม่ให้เอาของกินเข้า
นั่งแปะตรงบันไดวัด นั่งกินขนมไป ดูคนไป เยอะดีเนอะคนเนี่ย
พออิ่มขนมก็ได้เวลาเข้าวัด ประทับใจ สูงดี ต้องไต่บันไดไปอีก หลังจาก เดินขึ้นเนินมาตั้งสูงเนี่ย
เป็นวัดที่มินาโมโตะ โยชิซึเนะมาบวช หนีภัยสงครามกับไทระ คิโยโมริ รู้ว่าสำคัญแค่นี้แหละ นอกนั้น วัดสวยประทับใจ
เดินถ่ายรูปจนประทับใจ แล้วก็เดินไปดื่มน้ำสามสาย รสประหลาดดี กินมันทั้งสามสายเลย ทำไมมันคนละรสกัน
กำลังเหนื่อยจนไม่มีแรงยกขาตั้งกล้องก็ได้ยินภาษาไทย
เจอนักเรียนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันอย่างออกรส เลยเข้าไปขอให้ถ่ายรูปให้
น้องทั้งหลายตะลึง บอกว่าพี่เป็นคนไทยหรอ
แล้วเค้าก็ตะลึงขึ้น เมื่อบอกว่ามาคนเดียวคะ จากเมืองไทย นอนทีโอซาก้า ไม่ได้นอนเกียวโต แถมไปมาแล้วสองวัด
พี่เที่ยวเก่งดีนะเนี่ยไม่น่าเชื่อ (หา.. ทำไมอะ) บอกว่าเที่ยวตามหนังสือนำเที่ยว เค้าไปได้ ก็ต้องไปได้สิ ฮากันทั้งกลุ่ม
น้องเค้าถ่ายรูปให้ใบหนึ่ง ตรงหน้าน้ำสามสาย ก่อนจะลากัน เพราะจะเดินย้อนไปกิออน
น้องเค้าบอกเที่ยวเผื่อด้วยนะคะ เค้าคงไม่ได้เที่ยวขนาดนี้
เดินย้อนไปกิออน ก่อนจะหมดแรง ไปนั่งแปะที่ศาลเจ้ายาซากะ นั่งดูเป็ดเล่นน้ำ
เลยตัดสินใจกลับเพราะมันหกโมงกว่าละ
มาถึงสถานีเกียวโตเกือบทุ่มนึง ยกขาไม่ขึ้น แต่เราเห็นน้องอะตอม
ป้ายบอกว่าพิพิธพันธ์เท็ตซึกะ โอซามุที่เกียวโตอยู่ทางนี้
เดินตามน้องอะตอม กับ เลโอไป จนเจอ แต่ไม่ได้เข้าไป เพราะเค้าปิดแล้ว แต่ส่วนขายของยังเปิด
เลยได้ถ่ายรูปกับอะตอม กับ เจ้าหญิง แล้วก็แบล็กแจ๊ค กับ เลโอขนาดเท่าตัวจริง
พรุ่งนี้จะไปบ้านอาจารย์เท็ตซึกะ จริงๆ ดีมั้ยนะ
ดูเวลาแล้ว อยากรีบกลับเลยเดินไปขึ้นชินคันเซ็น แต่ยังไม่ใช่สายซันโย ชินคันเซ็นที่วิ่งระหว่าง เกียวโต กับ โอซาก้า ชื่อ ธันเดอร์เบิร์ด เอ๊กซ์เพลส จะถึงโอซาก้า เร็วกว่านั่งรถไฟธรรมดา สี่สิบห้านาที
จริงๆ ถ้าขึ้นซันโย จะเร็วกว่าธันเดอร์เบิร์ด อีกสิบนาที แต่ยังไม่อยากขึ้น เพราะรู้สึก เดี๋ยวได้ขึ้น จะขึ้นจนเบื่อเอง
นั่งหลับยาวถึงโอซาก้าละ ต่อรถไปนัมบะต่อ เพราะตั้งใจจะไปโดทมโบริ แต่แล้วพอถึงนัมบะ ฝนตกหนักครับท่าน ปริมาณน้ำฝน วันนี้บอกไว้ที่ 60 เปอร์เซนต์ หรือก็คือ ตกหนักนิดหน่อย แต่ถ่ายรูปไม่ได้แน่ๆ
เลยเดินเล่นในนัมบะวอร์ดหาข้าวกิน ระหว่างที่กำลังเลือกร้าน เจอร้านซีดีซะงั้น
ได้อัลบั้มลิมิเต็ดของเอ็นโดริ ไปแบบหน้าตื่นๆ เพราะเงินสี่พันห้าออกจากกระเป๋า หายหิวทันที เพราะได้ซึโยชิมาแทน
คิดถึงเครื่องเล่นซีดีที่เมืองไทยทันใด อยากฟัง อยากดู
กลับโรงแรมไปอาบน้ำนอน อย่างตัวเบาๆ โหวง ๆ เพราะความเมื่อย
หลับอย่างสนิทจนลืมปิดไฟด้วยซ้ำ ด้วยฤทธิ์พารา
ตื่นเช้ามาถึงว่าสิห้องสว่าง..555
จบของวันที่ 15 แต่เพียงนี้ |
|
|