Sirikul's profilesanzokung worldPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 02 ย้ายบ้านแล้วย้ายบ้าน
เพื่อนฝูงพี่น้องว่าคอมเมนต์ไม่ได้
ย้ายไปใช้บริการ FC2 บล็อกแต่งได้น่ารักกว่าเน้
มาจาก Tsuyoshi Domoto
มาจาก Yoshihiko Inohara
มาจาก Masaki Aiba
แม้ว่าตอนนี้จะมีแต่เรื่องอาราชิ ฉันก็ยังรักซึโยชิคนเดียวนะ >///<
August 26 ข้อคิดที่ได้จากโอลิมปิก ปักกิ่ง 2008นักข่าวญี่ปุ่นเป็นนักข่าวที่ถูกทำให้เป็นข่าว เพียงแค่มาที่รังนก (ตอนนี้แกเป็นแม่นก)
นักข่าวญี่ปุ่นคนนี้เส้นใหญ่ อาสาสมัครอนุญาตให้เข้าไปทำข่าวได้ขอบสนาม (นักข่าวไทยยังไม่ได้)
นักข่าวญี่ปุ่นคนนี้เป็นนักข่าวที่อาสาสมัคร หาเพลงเปิดสนามให้เป็นพิเศษ (Step & Go ในกีฬาซอฟท์บอลวันสุดท้าย)
และนักข่าวญี่ปุ่นประจำโอลิมปิกคนนี้ เป็นนักข่าวที่หน้าตาดีที่สุดในการทำข่าวโอลิมปิกครั้งนี้ (ก่อนไปน่ารัก กลับมายิ่งน่ารัก)
NTV CASTER : SAKURAI SHO [ARASHI]
![]() ![]() เถียงสิ นักข่าวชาติไหน หน้าใสเด้ง หวาน ตาแป๋ว เท่านักข่าวคนนี้
Credit : yahoo auction
August 14 ฟุคุโอกะ Softbank Yahoo! DOME 18 JUN...(1)รีพอร์ตคอนในตัวละกัน จำไม่ค่อยได้อะนะ
ตื่นมากินข้าวแต่เช้า แล้วก็นั่งรถไปโดม ไปตั้งแต่สิบโมง คอนเริ่ม 6 โมงเย็น มาทำไมละเนี่ย
ลงป้ายโคคุรึตซึ อิเรียวเซ็นต้า อยู่ใกล้โดมกว่าป้ายยาฮู้โดมมาเอะมากมาย แล้วก็เจอกันแล้ว ย้าฮู้โดม
ตอนแรกต่อแถวผิด ไปต่อแถวเข้างานนิทรรศการ ไม่ได้จองไว้ ก็ไม่ได้ดูอะนะ
ก็เลยไปต่อแถวซื้อของหน้าคอนแทน ไปยืนดูสตาฟยืนประชุม
ของเริ่มขายเที่ยง ก็เข้าแถว แล้วก็เดินเข้าไปซื้อ ทำตามบุ๊คบอก ชี้เอาให้หมด
ซื้อเสร็จ ก็เพิ่งจะเที่ยงครึ่ง เดินเที่ยวรอบ Hawk Town ก็ไม่มีอะไร นอกจาก เสียเงินซื้อน้ำหอมไปขวดนึง (- -")
กลับโรงแรมไปนอนเล่น พอกลับมาถึงกระเป๋าเต็มห้องรับฝาก มีคนใส่เสื้อคอนนั่งอยู่ด้วย
เชื่อละ เรื่องที่เค้าว่ากันว่า เราจะมีเพื่อนเยอะ พักโรงแรมนี้กันเต็ม
กลับไปแถวโดมตอนประมาณสี่โมง รอพี่แอน รอตั๋วคอน
วันแรกเหลือตั๋วหน้างานเยอะเหมือนกัน ทั้งที่เป็นรอบวันเกิดนิโนะ
จะได้เข้าไปดูคอนแล้วสินะ
เดินตามเจี๊ยบ เข้าไปตามทาง วันแรกนี้ยังไม่โดนตรวจพัด
ที่นั่งถือว่าโอเค เก้าอี้เป็นสีเขียว มีที่วางขวดน้ำให้ด้วย ปรกติที่อื่นไม่มี
แล้วไฟก็มืดลง คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว
เพลงแรก Move your body สนุกมากมาย
หลังจากนั้นอย่าถาม ส่องกล้องดูแต่ไอบะ จำได้แต่ไอบะ
แล้วก็วันเกิดนิโนะ เพื่อนให้ของขวัญ ไอบะเอาผ้าขนหนูซับหน้านิโนะ อย่างเต็มใจ
จุนติดหนวดให้ โทษเถอะ โนะน้อยหน้าเหมือนลุงฟริงเกิ้ลเลย น่ารัก
นิโนะเล่นกลให้ดู ก่อนที่จะแอบบ่นก่อนเลิก MC มั้ง ว่านึกว่าเพื่อนจะให้เกมส์อะไรแบบนี้
โอมิยะวันแรก ทากะ จู่โจม ยูจิ กิ๊วๆๆ
ไอบะตอนใส่ชุดเพลงกรีน เพลงเต้นต่อมา มาซากิพันคอตัวเองด้วยชุดที่ตัวเองใส่ ไปสองรอบ (ใครจะทำได้แบบนี้)
ตอนลอยตัวบนบอลลูน วันนี้โรยตัวทิ้งตะแคง ร้องเพลง มันสามารถ
ไอบะจังเล่นกับที่นั่งวีไอพีตลอดเลย มารู้หลังคอนเลิกว่า ครอบครัวมาดู
ไอบะไม่เดินไปเกินกว่าบล็อกกิ้งที่กำหนด เพราะกลัวลืมชัวร์ปึก
และใครอ่านรึพอร์ตนี้ก็รู้ไว้ คนเขียนรักไอบะ มาซากิ มากที่สุดในอาราชิ (โคตรไม่รู้เลยนะ)
ความจำคอนไม่ค่อยมี แล้วเค้าก็บอกว่ายิ่งส่องกล้องจะยิ่งจำไม่ได้ เพราะจำได้แต่คนที่ส่องกล้อง
ตอนวิ่งเอาเสื้อยัดใส่กางเกงก็น่ารัก เป็นคนใส่เสื้อลายสก็อตได้น่ารัก
ตอนโซโล่โช วีทีอาร์น้องก็น่ารัก ทำท่าชูพีทด้วย
จบ...คอนรอบแรก ไอบะจังน่ารัก มากๆๆๆๆๆๆๆๆ July 31 before 2 years ago me&ARASHIครบสองปีแล้ว
แต่สิ่งที่หายไปก็คือ หายไป
สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป
เหลือไว้แค่เพียงความทรงจำที่หล่อเลี้ยงไว้ ว่าครั้งหนึ่งที่ได้เจอกัน ในเมืองไทย
31 กรกฏาคม 2549 JET STORM ARASHI IN THAILAND
-----------------------------------------
ไม่มาไม่เป็นไร ตามไปดูที่ญี่ปุ่นมาแล้วนะอาราชิโนะมินนะซัง
คอนเสิร์ตเยี่ยมมาก เสียแต่จำไม่ค่อยได้ จำได้แต่วันเกิดนิโนะมิยะซัง กับ ไอบะซัง
อยากบอกว่าทุกวันนี้ มีความสุขดี แล้วก็ยังคงหวัง รอคอย ให้มีโอกาสได้ยินเสียงเพลงจากปากอาราชิซัง
Miss you. July 13 ฮิโรชิม่า เกาะมิยาจิม่า สะพานคินไตเคียว ฟุคุโอกะ 16 มิถุนายนตั้งใจว่าจะออกจากไรซัน ตอนตีห้าครึ่ง ไปขึ้นรถเที่ยวแรกไปฮิโรชิม่า เอากระเป๋าไปเก็บ จะได้ไปเที่ยวเกาะมิยาจิม่ากับสะพานคินไตเคียว ต่อได้
แต่มาออกจริงก็ตอนตีห้าสี่สิบห้า เพราะฟ้ามันสว่างแล้วตอนนั้น เช็คเอาท์ออกด้วยใจโหวงๆ หน่อย เพราะโรงแรมที่ฟุคุโอกะมันดูโนแพลนมากเลยนะ ใบจองก็แค่ข้อความตอบรับจากอีเมล์ แต่ทำไงละนอกจากเชื่อมั่นในระบบ ว่าโรงแรมเมื่อรับจองคือรับจอง แต่บอกเค้าว่าจะไปบ่ายสามเช็คอิน เพราะงั้นต้องไปถึงให้ทันบ่ายสาม ตามเวลา
ขึ้นไปนั่งสายซันโย จากสถานีชินโอซาก้า ต้องขึ้นไปชั้นบนสูงสุด สถานที่แลดูไฮโซกว่าสถานีข้างล่างขึ้นมาทันใด มีลิฟท์ แอนด์ บันไดเลื่อนหลายตัว เวลาใช้เจอาร์พาส โคตรเหมือนคนพิเศษเลย เข้าประตูแบบไม่ต้องรอคิว วันนี้เค้าจะนั่งฮิคาริจังแล้วนะ
ฮิคาริจังดูหรูหราไฮโซกว่าโคดามะคุงสุดๆ บรรยากาศ ผู้คน นายตรวจ ยันพนักงานขายของในรถ บรรยากาศดี๊ดี นั่งรถไปก็นั่งทำการบ้านคำนวณเวลาเดินทางไป จนสุดท้ายก็จดเวลารถไฟที่คาดว่าจะได้ขึ้น แบบเผื่อๆ ตกรถไว้หลายๆ ขบวน
ไปถึงสถานีฮิโรชิม่า ตอนเกือบเจ็ดโมง เอากระเป๋าไปใส่ล็อคเกอร์ ล็อคเกอร์ตู้ใหญ่ใส่กระเป๋าของที่นี่ หกร้อยเยน แต่มันก็ดูใหญ่ แล้วใช้ง่ายอะนะ เมื่อหยอดเงินเสร็จถึงจะไขล็อคได้ ก็เอากุญแจเก็บ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถเพื่อไปเกาะมิยาจิม่า โดยคิดไปเรื่อยว่า จะเป็นยังไงละเนี่ยเกาะกวางดุเนี่ย แล้วไปเวลานี้น้ำลดอะนะ
ไปถึงคลาดเวลากับเรือที่เพิ่งออกไปหนึ่งนาที แอบเซ็ง ต้องรอเรือลำถัดไป ลางไม่ดีเรื่องเวลาละ อันนี้อันแรก
ไปถึงที่เกาะ แดดยังไม่ค่อยมี แต่มองไปนี่ศาลเจ้าลอยน้ำ ไม่มีน้ำ เออเวลาน้ำลด แต่ตอนเดินไปก็ได้เห็นชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นละ มาที่นี่แล้วได้เห็นทะเลจริงๆ ซะที ฮิ้วๆๆ..
ตั้งกล้องถ่ายไป เจอลูกกวางกับแม่ด้วย ยืนนิ่งๆ นั่งนิ่งๆ ให้ถ่าย ก็คิดว่ากวางไม่ดุเท่าที่คิดนะ แต่เก็บเจอาร์พาส ในกระเป๋าก่อนก็ดี เพื่อความไม่ประมาท แล้วก็เป็นอย่างที่ไม่อยากคาด
ไอ้กวางบ้า เอาแผนที่ไปกินจนได้ แล้วพอมีแผนที่ มันเดินตามกันมาเลยสามสี่ตัว เวรชีวิตจริงๆ เลยต้องทิ้งแผนที่ทั้งหมดให้มันไป จะได้ไม่เดินตามมา เพราะมันเดินแบบจะวิ่งตามเลยถ้าไม่ให้ เอาไปเลยไป
ศาลเจ้าลอยน้ำ ไม่มีน้ำ แต่ก็มีคุณประโยชน์ที่ทำให้นั่งห้อยขาถ่ายรูปได้ มาน้ำขึ้น ไม่มีวันได้เห็นซะละ แล้วน้ำลดแบบนี้ นกกระยางสีขาวก็มาหาปูกิน ได้เห็นนกที่สวยสุดๆ คิเระ.....
แอคท่าถ่ายรูปเหมือนประหนึ่งมีเพื่อนไปด้วย ถ่ายแบบรูปศิลป์ เล่นมุมกล้องกับตัวเอง จริงๆ มาคนเดียวก็ดีนะ เรียนรู้มุมกล้องของตัวเองได้อีก โฮะๆๆ
ออกจากศาลเจ้าไปสวนโมมิจิ ใบเมเปิ้ลญี่ปุ่นสวยมาก แต่ไม่ได้เข้าสวนละ ไปแค่ใกล้ๆ เพราะจะทำเวลาเดินออก เกาะนี้เงียบมากเพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว แต่บรรยากาศนี้สงบดีจัง ชอบ ^^
เดินกลับไปท่าเรือ ระหว่างทางก็ขึ้นไปดูเจดีย์ห้าชั้นด้วย ถ้าดูจากยุคสมัย และกวางบนเกาะ มิยาจิมะได้อิทธิพลมาจากสมัยนาระแน่ๆ เหมือนกันทั้งการสร้างสถานที่ กับ กวาง แต่อีกวางเกาะนี้ ดุโว้ย
เห็นเรือเจอาร์เทียบท่า แล้วไงละ ยังเดินด๊อกแด๊ก กว่าจะไปถึงมันคงออกไปละ เอาเหอะ ตกเรือก็ช่างแล้ว รอบสองของวัน ที่ตกพาหนะ เหอๆๆ
กลับมาขึ้นรถไฟไปสถานีอิวาคุนิ เพื่อจะไปสะพานคินไตเคียว แล้วก็ลงรถแบบตะลึงตึง เออ เป็นสถานีที่ใช้ไปสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง แต่ไม่มีภาษาอังกฤษเลย
นั่งเดากับบรรยากาศแล้วพบว่า กรูควรเดินไปซื้อตั๋วรถเมล์ละนะ ก็บอกคนขายคินไตเคียว แล้วป้าแกก็พูดอะไรไม่รู้ แต่ลุงที่ซื้อก่อนหน้าแกพูดว่า รีทราน เลยบอกไปว่าโน
ไปถึงสะพานก็ไม่ได้สังเกตป้ายที่ลงเท่าไหร่ เข้าใจว่าต้องข้าม ไปซื้อตั๋ว สงสัยต้องขึ้นฝั่งโน้น เรื่องพลาดๆ ก็เกิดขึ้นละ แต่ยังไม่รู้ตัว
ลงไปถ่ายด้านล่างสะพาน แล้วก็ช่างใจว่าจะขึ้นสะพานดีมั้ยแค่ค่าข้ามมันสามร้อยเยน แค่เดินข้ามเองนะ แล้วก็คิดว่าถ้าไม่ข้าม จะเสียดายนะ ข้ามแล้วบ่นเสียดายตังค์ไปเถอะ
ข้ามไป แล้วก็ข้ามกลับ เพื่อจะมาขึ้นรถ เดินไปซื้อตั๋ว แล้วก็ถามเวลา ก่อนจะไปเข้าห้องน้ำ เพราะเห็นว่าอีกตั้ง 15 นาที แล้วไม่สังเกตว่าป้ายรถสองป้ายมันเขียนว่าอะไร ไอ้ลุงขายตั๋วมันก็ชี้เฉยๆ ว่าป้ายสาม แล้วในสถานีมันก็มีป้ายเลขสาม ก็คิดว่าป้ายนี้
พอถึงเวลาไม่เห็นรถ ถามลุงแกอีกที ว่ารถละ แกก็ทำหน้าเซ็งๆ ใส่ก่อนจะออกมาชี้ว่า ฝั่งโน้น -*- อ้าวป้ายเดิมที่ลงมานี่หว่า เซ็งทันใด แล้วไอ้ป้ายเลขสามนี่เอามาทำมาย เอาออกไปเด้
เดินข้ามไปขึ้นรถเมล์ พอจะโทรหาใครเพราะอยากบ่นๆ ในความเซ็ง ตกรถมันไม่ใช่อะไร แต่มันเสียดายเวลา อยากเอาไปดูอะตอมมิคบอมส์โดมอะ ซอฟท์แบงค์ก็ไม่มีสัญญาณอีก เวร -*-
ตกรถสามรอบแล้วนะ วันนี้ มือถือไม่มีสัญญาณอีก T^T
นั่งรถเมล์แบบเซ็งๆ ไปสถานีชินอิวาคุนิ คนละสถานีกับสถานีอิวาคุนิ อยู่ไกลกว่า เมื่อเดินทางจากสะพานคินไต เป็นสถานีที่มีชินคันเซ็นจอดแบบ ดูวังเวง ตราประทับก็หมึกหมด เซ็งจัง
ระหว่างยืนรอ ก็มีโนโซมิจังวิ่งผ่าน เสียงดังมากจนผู้หญิงคนนึงที่นั่งรออยู่ ตะโกนตามรถ มันก็ดังจริงๆ นั่นแหละ เร็วเหมือนจรวด อยากนั่งโว้ย ดูหรู แต่ไม่มีจอด สถานีนี้มีแต่โคดามะคุง นั่งโคดามะแบบ ทำไมรถมันถึงอับขนาดนี้ กลับไปฮิโรชิม่า แต่บ่นยังไงก็หลับอยู่ดี
เปิดล็อคเกอร์ เอากระเป๋าไปฟุคุโอกะ เพราะเวลาไม่มี อีกสิบกว่านาทีต้องขึ้นรถไฟละ แล้วต้องเดินกลับไปขึ้นสายซันโยอีกสองชั้น จากเมื่อกี้ที่วิ่งลงมาสองชั้น ซื้อเบนโตะ แล้วก็เดินไปขึ้นรถ
นั่งมองวิวไป มองฟ้าไป อาเมะจังจะลงแล้ว ฟ้ามัวเชียว แล้วสองชั่วโมงก็ผ่านไปด้วยการนอนหลับเช่นเคย - - zzz
มาถึงฟุคุโอกะแบบ อ๋อ นี่หรอฟุคุโอกะ เจริญอย่างที่เห็น ลงจากซันโยมา แล้วมีทางออกสองทาง East กับ West มองไปทางเวสต์ แล้วก็เห็นป้าย Main Bus Station อยู่ที่อีสต์ จากที่ดูมาต้องลงอีสต์สินะ เซนต์การอ่านแผนที่ยังดีอยู่ เดินไปก็ขอแผนที่ฟุคุโอกะ แล้วพอถามถึงเวลคัมการ์ด พนักงานก็ทำหน้างง ไหนบอกว่าขอจากทัวร์ริส อินฟอรเมชั่นได้วะ สงสัยคนเขียนหนังสือ เจอสถานะการ์ณเดียวกันชัวร์
เดินจากแผนที่ที่เค้าให้ เพราะลืมแผนที่โรงแรมไว้เมืองไทย 555 ดีที่จำได้ว่า เดินไปจะเจอ Nishitetsu hotel แล้วก็จะเจอ ตึก NTT ก็เจออย่างที่ความจำมี แล้วก็จำได้ว่าปากซอยโรงแรมจะมีลานอะไรสักอย่าง แต่ไอ้ลานบ้านั่น แปลงร่างเป็นที่จอดรถละ แล้วโรงแรมฉันละ ก่อนจะเดินเจอ Raizenkaku hotel แปลว่าเลยแล้ว เพราะต้องอยุ่ซอยใกล้ๆ ที่นี่ แล้วก็เดินมาเจอ Residen hotel โอ้ ป๋วยมาถูกทาง โรงแรมเราถัดไป นี่ไง Hotel New Simple ที่เราจองไว้ เดินไปหาแบบใจเต้น เพราะมาถึงตอนจะห้าโมง เลทไปเกือบสองชั่วโมงจากอีเมล์
ลุงฟรอน์ท พูดอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ยังกล้าพูด หยิบใบฟลอแปลน มันเขียนชื่อเราอยู่ว่าใช้มั้ย พอตอบว่าเยส เค้าก็โอเค ลุงแกพูดอะไรอีกที่รู้แล้วว่าแกคงบอกว่าต้องจ่ายเงินก่อน อย่างในอีกเมล์ ก็เลยส่งเงินให้พร้อมพาสปอร์ต แกส่งคืนมาให้พร้อมกับบิล กุญแจ และเงินทอน ก่อนจะหยิบแผนที่ส่งให้สองแผ่น ที่มีโรงแรมอยู่ในแผนที่ แล้วก็บอกประมาณว่ากุญแจไม่ต้องคืนเอาไปได้เลย เพราะสี่ทุ่มฟรอน์จะปิด แต่ประตูเปิด 24 ชม. นี่คาแนลซิตี้ นี่เทนจิน มีแต่ที่เที่ยว แล้วก็บอก อ่า...เบรคฟาส (หา มีด้วยหรอ) บอกเป็นเวลา แต่ฟังไม่ออก เข้าใจว่า เก้าโมง...
เข้าห้องพักแล้วประทับจิต ห้องเล็กกว่าไรซัน แต่ห้องน้ำในตัว มีกระจกในห้อง มีไดร์เป่าผม สายแลนเล่นเน็ทถ้าเอาโน้ตบุ๊คมา พร้อมโต๊ะวางของ โอ้......ดูดีนั่นแหละ โดยรวม
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนั่งดูทีวี มีช่องที่ฉายชุคุไดด้วย ทำไมเมื่อวานไม่มีมั่งเนี่ย ทีวีจอแบนด้วย
แล้วก็ออกจากโรงแรมไปเดินเล่นในเมืองดีกว่า แต่หาป้ายกิออนไม่เจอ เพราะเดินออกผิดทาง แต่ก็มั่วๆ งงๆ ไปคาแนลซิตี้ได้ เป็นจังหวัดที่ไม่มีอะไรนอกจากห้างจริงๆ เลยนะ ต่อรถเมล์กะว่าจะไป yahoo dome กับฟุคุโอกะทาวเวอร์ ก็ขึ้นรถไป ไม่ได้สังเกตว่ามันเขียนอะไรสักอย่าง แล้วก็ถึงคราวจะหลงของวัน เพราะต้องลงป้ายย้าฮู้โดมมาเอะ แต่คิดว่าจะลงทาวเวอร์ต้องป้ายหน้า แล้วไงละ ไม่จอด เลยไปนู่น หมู่บ้านอะไรสักอย่าง จ่ายเงินไม่ถูก งงๆ ด้วยว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ คนขับก็ใจดี ถามว่าขึ้นมาจากป้ายไหน พอบอกเทนจิน เค้าก็บอกหยิบตั๋วตอนขึ้นมั้ย พอส่งให้ก็บอกให้จ่ายเงินตามช่องของเลขในตั๋วนะ โอ้ บางอ้อ ป้ายรถเมล์ที่นี่จะให้บัตรอะไรสักอย่าง แต่เวลาหยิบมาให้ดูแล้วก็จ่ายเงินตามเลข เดินย้อนกลับไปฟุคุโอกะทาวเวอร์ แบบฝนตก เมืองเปลี่ยว มนุษย์ไปไหนกันหมดละเนี่ย แล้วต้องเดินตัดสวนสาธารณะไปทาวเวอร์แบบ ไม่มีคนผ่านมา ให้หนาวใจเล่น
ไปถึงทาวเวอร์ ร้านขายของปิดไปเกือบหมดละ แต่ยังขึ้นได้เพราะปิดทาวเวอร์สามทุ่ม เลยชี้ๆ เวลคัมการ์ด เค้าถามว่ามีมั้ย บอกไม่มี เลยได้มา เพื่อเป็นส่วนลด จาก 800 เหลือ 640 ขึ้นไปพร้อมคนเกาหลีสามคน ด้วยความตื่นเต้น เพราะลิฟท์แก้ว ข้างบนเป็นกระจกใส สูงๆๆๆๆๆ ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะมาถึงจุดชมวิว ทำไมมีแต่คนอยู่เป็นคู่ๆ ฟระ
บรรยากาศสีชมพูอบอวล อิจฉาว้อย คนไม่มีแฟนมั้งให้รู้ไป ไม่เป็นไร คิดถึงคุณซึโยชิก็ได้ ตอนเสี่ยงเซียมซี ที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกลับไปลงลิฟท์ พนักงานบอกต้องเดินลงไป หา.....
แต่เอาจริงก็เดินลงมาชั้นเดียว ก็เจอจุดขายของที่ระลึก นโยบายการตลาดแยบยลมาก ลงมาเจอเกาหลีสามคน นั่งทำเหรียญที่ระลึกอยู่ ก่อนจะเดินมาขึ้นลิฟท์ลง และออกไปป้ายรถเมล์ เพราะฝนมันตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นรถที่เขียนว่าฮากาตะ แล้วก็ถูกคันแล้ว มันจอดป้ายอย่างที่เห็นในเวปเลย ก่อนจะข้ามทางด่วน อย่างที่คิดว่าในเวปมันเขียนลัดแบบนี้ทางด่วนชัวร์ รถมันจอดป้าย ไล่มาเลย จนโล่งใจ จะได้เห็นละป้ายกิออนมาจิ อยู่ตรงไหน 555
ลงจากรถป้ายกิออนมาจิ จำป้ายว่าเดินมาตรงไหน ก็เดินไปหาน้ำกิน ตัดสินใจผิดซื้อสปาร์คกิ้งวอเตอร์มา รู้งี้ซื้อเบียร์ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยก็ดี โซดารสชาดห่วยมาก ใครกินเปล่าๆ ได้เหมือนในโฆษณานับถือเลย แถมทำตกแล้วมันก็พุ่งๆๆๆ ออกมาได้อีก เห็นแล้วคิดถึงโฆษณาโซดาตราสิงห์ ซ่าส์ทุกหยด เปิดทิ้งไว้ทั้งคืน ปิดฝาทำตก มันยังพุ่งต่อได้เลยตอนเช้า สวยแต่ขวดจริงๆ แล้วมะนาวมีแต่กลิ่น
เปลี่ยนยูกาตะนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะเป็นคอนแล้วเฟ้ย >< ตื่นเต้นๆๆ July 06 โอซาก้า - ทาการะซึกะ - ฮิเมจิ 16 มิถุนายนผิดแผนแต่เช้าตื่นนอน
เมื่อวานยังไม่ปิดไฟนอนเลย แถมตื่นมาหนาวอีกเพราะเมื่อวานฝนตก เริ่มเป็นหวัดแล้วงับ
ตื่นมาอย่างแรกก็เปิดทีวี โคตรเป็นกิจวัตรเลยชีวิตนี้
นั่งดูข่าวบันเทิง แล้วก็มีข่าวที่โตเกียวโดมของคอนอาราชิ
ดูนิโนะมีความสุขดีนะ กับการอวยพรวันเกิด อย่างที่หยิ่นบอกว่าแฟนโตเกียวต้องร้องให้ก่อนอยู่แล้ว
แล้วก็ได้ยินอะไรที่สะดุ้งหูว่า ไทเป เกาหลี เซี่ยงไฮ้
ยังไม่อยากคิดถึงอะไรแบบนั้น เช่นว่ามันจะทัวร์เอเชียอีก เพราะแค่นี้ก็ใกล้บ้าละ
เดินไปชงกาแฟ ก่อนจะนั่งกินมาม่าไป เพราะจะกินยา หลังจากกินยาเสร็จ ก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน
แล้วก็นั่งจัดของที่ทิ้งไว้ทั่วเตียงตั้งแต่เมื่อคืนหลังนอนน็อค
ดูอาการของตัวเองว่าจะไหวรึเปล่ากับการเที่ยววันนี้ เพราะหวัดเริ่มมากิน
แล้วก็นั่งดู เบื้องหลังการถ่ายทำ CHANGE ไป คิมุระซังหล่อดีเนอะ
หลังจากดูว่าไม่เซ ไม่เบลอ วันนี้พอไหว ก็ไปเที่ยวดีกว่านะเรา
บัตรคันไซทรูพาส หมดอายุไปแล้ว เพราะงั้นวันนี้ต้องไปไหนต่อไหนด้วยเจอาร์พาสละ
ว่าแล้วก็เดินไปสถานีชินอิไมมิยะ นั่งลูปไปสถานีโอซาก้า ระหว่างทางก็แวะที่นัมบะดูว่าจะไปโดทมโบริยังไงดี
สรุปว่าต้องเดินเข้านัมบะวอร์คนั่นแหละ เพราะมันสะดวกที่สุด ก็นั่งรถกลับ
กินเบนโตะไประหว่างที่รอลูปไปโอซาก้า ก่อนจะต่อรถไปชินโอซาก้า
แล้ววันนี้ก็ได้เจอว่ามันมีทางเดินจากสายมิโดซุยจิ มาถึงสถานีชินโอซาก้า เมื่อวานไปอ้อมเล่นในเมืองทำไมเนี่ยฉัน
เอาเหอะ ถึงได้เจอจุนอิจิไง คิดอะไรมาก นั่งรถไปฮิเมจิดีกว่า
ทีนี้ไงละ พลาดครับ
อย่างที่บอกว่าชานชาลามันตรงข้ามกัน แล้วทีนี้ ลงไปผิด
รถไฟมันจอดอยู่สองคัน จริงๆ ต้องไปอีกชานชาลานึงเพื่อไปฮิเมจิ แต่ดันลงมาสถานีที่ไปทาการะซึกะ
ตอนนั้นยังไม่รู้ตัว แต่มีนายตรวจเดินมา
เรื่องของเรื่องคือรถคันนี้จะไปใช้รางของสายอื่น เพราะงั้นต้องเสียค่าเส้นทางให้เค้า จะไม่เสียถ้าลงแค่ทาการาซึกะ
เค้าเลยบอกว่าต้องลงไปทาการาซึกะนะ ไปเปลี่ยนรถ
ก็โอเค ลงทาการาซึกะ แล้วไงละ ไหนๆ มาถึงแล้วเที่ยวแถวนี้เถอะ
เดินจากรถไฟเจอาร์ไป ก็ได้ตราประทับมาอีกอันละ น่ารักชอบอะ ก็เจอสถานีของสายฮันคิว ใหญ่โคตร
สถานีของสายฮันคิวเป็นห้างในตัวด้วย ใหญ่มากๆ แถมช้อปเอยูที่นี่ก็ใหญ่มาก
และมีโปสเตอร์จุนที่ติดแบบล่อแหลมมาก สภาพเหมาะแก่การแกะ แต่ไม่น่าสนใจ ไม่ใช่ไอบะ
เลยเข้าไปหยิบโบร์ชัวร์ที่มีแค่จุน เอ๋ เค้ามีกันด้วยหรอแบบนี้
คิดว่าหยิบมาเยอะแล้วนะ แต่ก็ไม่ใช่ปึกใหญ่เท่าไหร่
ก่อนจะเดินไปเจอโรงละครทาการะซึกะ ที่มีคนกำลังยืนขายตั๋ว
เข้าไปเลียบๆ เคียงๆ ก่อนจะเจอป้า ควักแบ่งหมื่นมาคลี่เตรียมจ่ายค่าตั๋ว หะ ใบเกือบแสนเลยรึ
เผ่นหนีไปทันที เมื่อเห็นว่าราคาไม่ได้ละ แต่ฉันไม่ได้มาดู ถึงจะอยากดูก็เถอะ
เดินไปบ้านอาจารย์เทตซึกะ ที่ห่างออกไปอีกห้านาที
เจอฮิโนโทริ รับแขกอยู่ที่หน้าประตู เย้น่ารัก
แล้วก็เห็นรอยเท้าเหมือนฮอลลีวู้ดสตรีท มีของตัวละครทุกตัว เป็นรอยมือ กับรอยเท้า
เสียเงินซื้อบัตรโดยการหยอดตั๋ว พนักงานเค้าถามว่า มาจากประเทศไหนเพราะเห็นเจอาร์พาส
บอกว่าไทยแลนด์ เค้าเลยถามว่าสูจิบัตรจะเอาของประเทศไหน เลยตอบว่าอิงลิช
เดินเที่ยวอย่างเริงร่า เพราะมีแต่การ์ตูนๆๆๆ ถ้าอ่านรู้เรื่องคนได้แช่เป็นวันเพราะชั้นสามมันมีหนังสือให้อ่าน
มีสามชั้น ใต้ดิน ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง
ชั้นหนึ่ง เป็นหอชีวประวัติ กับโรงหนัง ที่เริ่มฉายไปแล้วห้านาที อดดูอะ
ชั้นสองเป็นร้านขายของที่ระลึก ที่เล่นเกมส์ กับจังเกิ้ลคาเฟ่ แล้วก็ห้องโชว์ผลงาน
ชั้นใต้ดินเป็นที่สอนวาดรูป กับห้องแสดงความคิด
เผลอกินน้ำ จนเค้าวิ่งมาบอกว่าชั้นใต้ดินห้ามกิน ให้ไปกินที่ชั้นสอง เพราะมันเป็นคาเฟ่
เดินถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะออกมาถ่ายรูปที่ถนนในเมืองต่อ เป็นเมืองที่สวยจัง อย่างกับเมืองในภาพวาดแถวยุโรป
สวย และเงียบ จนอยากอยู่แถวนี้บ้างจัง
เดินกลับไปช็อปเอยู หยิบโบร์ชัวร์จุนมาอีกนิดหน่อย เพราะนับแล้วว่าหยิบไม่ครบคน
จริงๆ ควรจะหยิบเยอะกว่านี้ แต่เกรงใจพนักงาน เพราะรอบสองไม่มีลูกค้าอะ เผ่น
กลับมาเค้ากำลังถ่ายหนังกันอยู่ด้วย
เดินดูในห้างของสถานีอีกนิดนึง ก่อนจะเดินไปสถานีรถไฟ
แล้วก็งง เพราะไม่มีคันไหนเขียนว่าไป ชินโอซาก้า
แล้วแผนที่ก็ไม่มีภาษาอังกฤษด้วยเถอะ Izaki คือที่ไหนละ
เลยไม่กล้าขึ้นลิมิเต็ดเอ็กซเพลส ตัดสินใจนั่งโลคอล เพราะไม่รู้จะจอดป้ายไหน
แล้วก็อยากจะกรี๊ดเพราะพอขึ้นรถมา แผนที่ในรถบอกว่า Izaki คือปลายทาง แต่รถจะจอดที่ชินโอซาก้าทุกคัน เสียเวลาทำไมเนี่ย
พอเปลี่ยนรถไปขึ้นชินคันเซน ก็ยังไม่ได้ขึ้นสายซันโย เพราะรถเวลานั้นไม่จอดฮิเมจิ
ระหว่างนั่งลิมิเต็ดเอ๊กซเพลส ไปก็นั่งอ่านว่าฮิเมจิปิดห้าโมงเย็น
แล้วตอนนี้มันสี่โมงสิบแล้วนะ จะไปถึงทันมั้ย
เลยตัดสินใจ ไปไม่ถึงหรือไปถึงก็แล้วแต่ดวงละ
ก่อนจะได้นั่งก็มาถึงสถานีชินโกเบ ขาถึงได้พัก
จริงๆ ขาพลิกที่ทาการะซึกะ กำลังปวดขาอยู่เลย แถมเมื่อยสะสมมากเกียวโต
พอไปถึงฮิเมจิ เหลืออีกห้านาที จะปิดขายบัตร ฉันยังอยู่สถานีฮิเมจิ
เลยเดินแบบถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เข้าห้างแล้ว หาช็อปเอยูไป ระหว่างเดินไป
ไปถึงลานหน้าปราสาทที่ฟ้าใส ให้เที่ยวอย่างเป็นสุข ถ่ายรูปเล่น
ก่อนจะเดินกลับทางเดิม แวะหยิบเล่มเอยูต่อไป แล้วก็ซื้อน้ำ
นั่งรถกลับโอซาก้าด้วยโคดามะ อยากรู้ว่าเป็นยังไง ก็เป็นอย่างเซ็ง รถเหม็นอับๆ อะ แล้วบรรยากาศพนักงานไม่เป็นมิตรเลยนายตรวจออร่าน่ากลัว แต่ก็นั่งหลับกลับมาชินโอซาก้า (หลับอีกแล้วเมื่อนั่งไกล ไม่ได้คิดว่าไม่ได้อยู่ไทย หลับเป็นปรกติเลย)
ต่อรถ ไปนัมบะ เพื่อจะเดินไปโดทมโบริ แบบปวดขา แอนด์งง เพราะมันมืดแล้ว ไปทางไหนเนี่ย ออกมาจากเจอาร์นัมบะแล้ว ไม่เห็นเลย เดินออกมาแบบฟ้ามืดๆ ก็ยังไม่เห็น ทำไงดี เจอป้ายนัมบะวอร์ค ก็เข้าไปดูแผนที่
เออนะ จริงๆ จะไปมันต้องเข้านัมบะวอร์คต่อแล้วจะลัดไปได้หน่อย ก็เดินไปจากนัมบะวอร์คใต้ดินนั่นแหละ
งงไป หลงไป จนต้องหยิบหนังสือนำเที่ยวออกมาดู
ถึงได้หาเจอว่าอยู่นี่แล้ว คุณปู
เจอคุริคาเอรุ แล้วก็มีคนจีนที่มาเที่ยวถ่ายรูปให้ เพราะเค้าเห็นว่าจ้องคุณตุ๊กตาคงอยากถ่ายรูปด้วยใช่มั้ย
ก่อนจะเดินไปเจอยามะพี ป้ายโฆษณาโน้ตบุ๊คใหญ่โคตร ว่าแต่ทำไมมันสว่าง
อีกฝั่งตรงข้ามก็คือป้ายป๊อกกี้ ที่ชาวบ้านเค้าถ่ายกัน
แล้วป้ายก็สว่างชนิด ที่เปิดออโต้แฟลชไว้ ยังไม่ขึ้นแฟลชเลย ไม่เป็นไร มาถึงพอแล้ว
เจอป้ายคินคิ ที่ปุ๊กถ่ายมาให้ดูคราวที่แล้ว คิดถึงจังเลยคุณซึโยชิ
แล้วก็เดินไปซื้อเครป ก่อนจะเดินกินเครปพีชแอนด์สตอร์เบอร์รี่ ตอนสามทุ่ม เออ
พอลงมานัมบะวอร์ดอีกครั้ง เพราะไปสถานีเจอาร์นัมบะ เค้าปิดร้านกับเรียบแล้ว
ง่า แถวนี้ปิด แล้วแถวโรงแรมจะเหลือหรอ
ฝนเริ่มตกตามพยากรณ๊อีกต่างหาก ลงเม็ดเป้งๆ เลยด้วย
รีบเผ่นกลับโรงแรม ไปอาบน้ำอีกหนึ่งวัน แต่ก่อนอาบน้ำ ก็เปิด CHANGE ทิ้งไว้เพื่อเพิ่มเรตติ้ง แล้วค่อยไปอาบ
ก่อนจะเข้ามาออนเอ็ม เพื่อรับรู้ว่าอาราชิมันทัวร์เอเชียจริงๆ ด้วย
ช่างมันเถอะ วางแผนดีกว่า พรุ่งนี้จะไปมิยาจิม่า กับ อิวาคุนิ ยังไงดี
ตอนนี้ไปเก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอาท์พรุ่งนี้ดีกว่า
ขณะนี้กระเป๋านารายาในกระเป๋ามันงอกมาอยู่นอกกระเป๋าแล้ว พร้อมของเพิ่มขึ้น
555 อะไรกันเนี่ย นี่แค่วันที่สามเองนะ ของเริ่มเยอะละ โอซาก้า เกียวโต 15 มิถุนายนวันนี้ตื่นมาตอนเช้า แล้วก็เดินไปปิดแอร์ แล้วก็เผลอหลับต่อ
ตื่นมาอีกทีตาตั้ง จะสิบโมงแล้ว อ๋า จะไปเกียวโตไม่ใช่รึ
แต่วันนี้เจอาร์เรียลพาส เริ่มใช้แล้ว เลยตัดสินใจนั่งชินคันเซน ไปแทนเผื่อจะเร็วขึ้น
พอนั่งใต้ดินไปสถานีชินโอซาก้า ก็ออกประตูผิดอีกละ แผนที่ก็ไม่มี ขึ้นมาถึงมันตรงไหนในโอซาก้าละนี่
เลยเดินไปตามถนนที่เขียนว่าชินโอซาก้า แล้วก็แวะเข้าร้านหนังสือข้างทาง
ได้สแนปโอกาดะจุนอิจิมาหนึ่งเล่ม แล้วก็ได้เปิดสมุดรวมภาพฮานะโยริ เพราะเค้าไม่ได้ห่ออะไร อือม์หล่อดีนะจุน
แล้วก็เดินเล่นต่อไปจนถึงสถานีชินโอซาก้า งงๆ กับสถานี จนขึ้นรถไฟ ยังไม่ใช่ชินคังเซ็น
รางที่ไปได้อยู่ตรงข้ามกันคนละฝั่ง ไม่ได้อยู่ชานชาลาที่คู่กัน เพื่อ??
เอาเหอะ นั่งรถไปเกียวโตแบบหวานเย็น เพราะเป็นรถราพิท ที่ไม่ใช่ลิมิเต็ดเอ๊กซเพลส จอดแค่บางป้าย เหมือนรถเมล์เมืองไทย (แต่ถ้านั่งโลคอล คงหลับต่อไป)
ไปถึงสถานีรถไฟเกียวโต อย่างตะลึง ใหญ่มาก
งงกับป้ายรถเมล์ ก่อนจะตัดสินใจขึ้น สายที่เขียนว่าไป Ginkakuji วัดทอง ไม่ให้พลาด
พอไปถึงก็ยืนงงๆ ก่อนจะเดินตามคนที่ถือกล้องเหมือนกันไป
บัตรคันไซทรูพาส จะขึ้น KotsuBus ที่เกียวโตได้ แต่ขึ้นของนาระไม่ได้
KotsuBus คือรถที่จะวิ่งผ่านเส้นทางท่องเที่ยวสถานที่สำคัญเท่านั้น ไม่วิ่งทั่วไปในเมือง
Kotsu ของนาระต้องซื้อตั๋ว เหมือนแพ๊คทัวร์ แล้วมันจะพาไปทุกที่เที่ยว
Kotsu ของเกียวโตมีสามสาย 101 102 103 วิ่งเส้นที่ตัดผ่านวัด วัด วัด แอนด์ วัด โดยมีแผนที่บอกว่าไปวัดไหนก่อน ไม่อ้อมไปมาในเมืองเหมือนรถเมล์ทั่วไป
แต่รถเมล์ทั้งเกียวโตใช้บัตรนี้ได้หมด แล้วพอไปถึงสถานที่สำคัญ ทุกคัน จะบอกเป็นภาษาอังกฤษด้วยว่า ถึงแล้วนะ ที่นี่เป็นเวิร์ดเฮอรี่เทท ด้วยนะ ไฮเทคโคตร พร้อมตัวอักษรไฟวิ่ง
ถ้ายังหลงในเกียวโต ก็แย่ละ เป็นจังหวัดใหญ่ที่ เอาใจใส่ด้านการท่องเที่ยวมาก
ชอบรถเมล์ญี่ปุ่นอยู่หนึ่งอย่าง มีกริ่งให้ส่วนตัวทุกเก้าอี้ ทุกห่วงที่เกาะ ยันที่เสา แล้วรถแน่นยังไง ถ้าคุณกดแล้ว เค้าก็จะรอคุณลง ให้เรียบร้อยก่อน แถมยังวิ่งตรงเวลามาก จนขำกลิ้ง เพราะเห็นป้ายว่ารถมา บ่ายโมงสามสิบสองนาที ตอนสามสิบนาที สามสิบเอ็ดนาที ยังไม่เห็นรถ แต่พออีกประมาณสามสิบวินาที จะสามสิบสองนาที รถก็วิ่งมาละ พร้อมจดป้ายพอดีเป๊ะกับเวลา
ได้นั่งข้างหลังคนขับอยู่ครั้งหนึ่ง จะมีนาฬิกาดิจิตอลจับเวลาเลยว่า ตอนนี้กี่โมง อีกกี่นาทีต้องถึงป้ายหน้า ถ้าจอดรอคนลงนานคนขับจะขับเร็วขึ้น แต่ถ้าทำเวลาพอดี คนขับจะวิ่งปรกติ เห็นแล้วประทับใจ ทำไมบ้านเรามันไม่ทำแบบนี้บ้าง (ทำไม่ได้เพราะเมืองไทยรถติด แล้วก็ไม่บังคับคนขับเพราะเดี๋ยวกดดัน)
แผนที่เส้นทางเดินรถก็เขียนละเอียด รถจะวนจะวิ่งย้อนตรงไหน ก็บอก เป็นป้ายๆ ไปเลย ชนิดที่หลับก็ไม่กลัวหลง เพราะหูได้ยินเสียงตลอดแน่ๆ (ไม่มีใครหลับลึกบนรถเมล์กันหรอก)
แวะถ่ายรูปกับอาจิไซที่บานอยู่ข้างทาง เป็นกอใหญ่มาก เป็นสีฟ้า ดินตรงนี้เป็นด่างสินะ จะได้เห็นสีชมพู หรือแดงที่ไหนนี่
เจอโชว์รูมโตโยต้า แต่หาทางเข้าไม่เจอ อยากได้แฟ้มน้องโชมากมาย หรูดี ผ่อนรถสามปี 555 เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนของคนที่จะสร้างตัวเองซื้อบ้าน ซื้อรถ ดูน่าเชื่อถือนะคุณชาย
ไปวัดเงินต่อ ว่าแต่ตัววังอยู่ไหนละนี่
หลังจากเดินชมสวนสวยจนอยากหาที่นอนใต้ต้นไม้สักที่ ก็เห็นละว่ามันซ่อมอยู่ -0- เหลือให้เห็นแต่รูปว่าหน้าตาอย่างนี้ งือ...
แล้วก็เลยจะไปวังนินนานจิ แต่นั่งรถเมล์ไปแล้ว รถวิ่งกลับเข้าอู่เฉยเลย ไม่ได้ขึ้น Kotsu ขึ้นรถเมล์ธรรมดาเลยเป็นแบบนี้
ต้องไปรอขึ้นรถที่เทอร์มินอล แต่ขึ้นคันไหนอะ ไม่มีภาษาอังกฤษ เลยตัดสินใจถามอินฟอร์เมชั่น
เค้าบอกจะไปนินนานจิ ต้องไปสายสีน้ำเงินรถจะออกในหนึ่งนาทีวิ่งไปเร็ว
เลยขอบคุณพร้อมกับวิ่งไป แต่รถก็ออกไปประตูไปแล้วพอดี
เลยต้องเดินไปอีกสายหนึ่งที่จะออกในสองนาที ไปวัดน้ำใสแทน คนแน่นโคตร
รถผ่านกิออน ก่อนจะไปอีกสี่ป้ายถึง Kiyomizu วัดน้ำใส
เดินขึ้นเนินไปจนเกือบหมดแรง แล้วก็ร้อนจัง
เลยไปซื้อซอฟท์ครีม ก่อนที่จะโดนสั่งให้นั่งกินก่อนจะเข้าวัด ไม่ให้เอาของกินเข้า
นั่งแปะตรงบันไดวัด นั่งกินขนมไป ดูคนไป เยอะดีเนอะคนเนี่ย
พออิ่มขนมก็ได้เวลาเข้าวัด ประทับใจ สูงดี ต้องไต่บันไดไปอีก หลังจาก เดินขึ้นเนินมาตั้งสูงเนี่ย
เป็นวัดที่มินาโมโตะ โยชิซึเนะมาบวช หนีภัยสงครามกับไทระ คิโยโมริ รู้ว่าสำคัญแค่นี้แหละ นอกนั้น วัดสวยประทับใจ
เดินถ่ายรูปจนประทับใจ แล้วก็เดินไปดื่มน้ำสามสาย รสประหลาดดี กินมันทั้งสามสายเลย ทำไมมันคนละรสกัน
กำลังเหนื่อยจนไม่มีแรงยกขาตั้งกล้องก็ได้ยินภาษาไทย
เจอนักเรียนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันอย่างออกรส เลยเข้าไปขอให้ถ่ายรูปให้
น้องทั้งหลายตะลึง บอกว่าพี่เป็นคนไทยหรอ
แล้วเค้าก็ตะลึงขึ้น เมื่อบอกว่ามาคนเดียวคะ จากเมืองไทย นอนทีโอซาก้า ไม่ได้นอนเกียวโต แถมไปมาแล้วสองวัด
พี่เที่ยวเก่งดีนะเนี่ยไม่น่าเชื่อ (หา.. ทำไมอะ) บอกว่าเที่ยวตามหนังสือนำเที่ยว เค้าไปได้ ก็ต้องไปได้สิ ฮากันทั้งกลุ่ม
น้องเค้าถ่ายรูปให้ใบหนึ่ง ตรงหน้าน้ำสามสาย ก่อนจะลากัน เพราะจะเดินย้อนไปกิออน
น้องเค้าบอกเที่ยวเผื่อด้วยนะคะ เค้าคงไม่ได้เที่ยวขนาดนี้
เดินย้อนไปกิออน ก่อนจะหมดแรง ไปนั่งแปะที่ศาลเจ้ายาซากะ นั่งดูเป็ดเล่นน้ำ
เลยตัดสินใจกลับเพราะมันหกโมงกว่าละ
มาถึงสถานีเกียวโตเกือบทุ่มนึง ยกขาไม่ขึ้น แต่เราเห็นน้องอะตอม
ป้ายบอกว่าพิพิธพันธ์เท็ตซึกะ โอซามุที่เกียวโตอยู่ทางนี้
เดินตามน้องอะตอม กับ เลโอไป จนเจอ แต่ไม่ได้เข้าไป เพราะเค้าปิดแล้ว แต่ส่วนขายของยังเปิด
เลยได้ถ่ายรูปกับอะตอม กับ เจ้าหญิง แล้วก็แบล็กแจ๊ค กับ เลโอขนาดเท่าตัวจริง
พรุ่งนี้จะไปบ้านอาจารย์เท็ตซึกะ จริงๆ ดีมั้ยนะ
ดูเวลาแล้ว อยากรีบกลับเลยเดินไปขึ้นชินคันเซ็น แต่ยังไม่ใช่สายซันโย ชินคันเซ็นที่วิ่งระหว่าง เกียวโต กับ โอซาก้า ชื่อ ธันเดอร์เบิร์ด เอ๊กซ์เพลส จะถึงโอซาก้า เร็วกว่านั่งรถไฟธรรมดา สี่สิบห้านาที
จริงๆ ถ้าขึ้นซันโย จะเร็วกว่าธันเดอร์เบิร์ด อีกสิบนาที แต่ยังไม่อยากขึ้น เพราะรู้สึก เดี๋ยวได้ขึ้น จะขึ้นจนเบื่อเอง
นั่งหลับยาวถึงโอซาก้าละ ต่อรถไปนัมบะต่อ เพราะตั้งใจจะไปโดทมโบริ แต่แล้วพอถึงนัมบะ ฝนตกหนักครับท่าน ปริมาณน้ำฝน วันนี้บอกไว้ที่ 60 เปอร์เซนต์ หรือก็คือ ตกหนักนิดหน่อย แต่ถ่ายรูปไม่ได้แน่ๆ
เลยเดินเล่นในนัมบะวอร์ดหาข้าวกิน ระหว่างที่กำลังเลือกร้าน เจอร้านซีดีซะงั้น
ได้อัลบั้มลิมิเต็ดของเอ็นโดริ ไปแบบหน้าตื่นๆ เพราะเงินสี่พันห้าออกจากกระเป๋า หายหิวทันที เพราะได้ซึโยชิมาแทน
คิดถึงเครื่องเล่นซีดีที่เมืองไทยทันใด อยากฟัง อยากดู
กลับโรงแรมไปอาบน้ำนอน อย่างตัวเบาๆ โหวง ๆ เพราะความเมื่อย
หลับอย่างสนิทจนลืมปิดไฟด้วยซ้ำ ด้วยฤทธิ์พารา
ตื่นเช้ามาถึงว่าสิห้องสว่าง..555
จบของวันที่ 15 แต่เพียงนี้ June 29 โอซาก้า > นาระ 14 มิถุนายนตอนที่ซื้อบัตรคันไซทรูพาสมา จะยังไม่มีวันที่เขียนบอกด้านหลัง พอเอาใส่ช่องเสียบบัตรทางเข้ารถไฟใต้ดิน จะมีวันที่แสดงที่แถบหลังตอนนั้น เป็นวันเริ่มใช้ จากสถานีไหน (ภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออก)
ไปถึงสถานีชินอิไมมิยะ ตอน 10 โมงนิดหน่อย แล้วก็คิดว่าจะเดินไปโรงแรมทางไหน กับป้ายญี่ปุ่นล้วนๆ เนี่ย
คิดถึงคำพี่หยิ่น ว่าแผนที่มันจะบอกให้เลี้ยวขวา แต่เดินทางจริงต้องเลี้ยวซ้าย เลยเลี้ยวซ้ายตาม
เดินข้ามถนนแล้วก็เจอว่า มันมีอีกประตูนึง ช้านทำไมไม่ลงประตูนี้ละนี่ (เหอๆๆ)
แล้วก็เห็นตู้เป๊ปซี่สองตู้ กับ สองจุน (งึมๆๆๆ)
เงยหน้ามองโรงแรมอยู่ไหน ก็ได้เห็นตึกโรงแรมอยู่ไวๆ เดินข้ามฝั่งไปหาเลย
เจอละย่านโรงแรมราคาถูก เดินเลี้ยวขวาไป ป้ายมาแล้ว ไรซันคิตะ กับ ไรซันมินามิ
ถ้าเป็นไรซันมินามิ จะเปิดมาทีหลัง มีชั้นเฉพาะผู้หญิง แต่ข้าพเจ้าจองไรซันคิตะ ได้ห้องชั้น 5 บนสุด ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องคู่ ทางขวาทุกห้องมีแต่ผู้หญิง ทางซ้ายมีแต่ผู้ชาย
ห้องน้ำรวมเปิดตอนเช้า 6 โมง ถึง 10 โมง ตอนเย็น บ่ายสี่ ถึง ห้าทุ่ม ผู้หญิงอยู่มินามิ ผู้ชายอยู่คิตะ ชาวเวอร์บริการ หกโมงเช้า ถึงเที่ยงคืน
มีบริการไมโครเวฟ กับ กระติกน้ำร้อนให้ พร้อมแก้ว (อย่างดีใจ เอากาแฟซองมาจากไทยให้เพียบ)
มีอินเตอร์เน็ทให้เล่น ถึงเที่ยงคืน ปิดตามเวลาฟอร์ท มีเครื่องขายของ
ผ้าขนหนู กับแปรงสีฟัน มีให้ทุกวัน มาหยิบได้ที่ฟอร์น ในห้องมียูคาตะให้หนึ่งชุด กับรองเท้าแตะในห้อง
ในห้องมีทีวีกับตู้เย็น นอนห้องเวสเทิร์น มีเบาะพร้อมหมอน โต๊ะญี่ปุ่น กับทิชชู่เช็ดหน้า มีปลั๊กไฟให้ หนึ่งช่องเสียบ กรุณาเอาที่แปลงหัวปลั๊กให้เป็นแบบหัวแบนไปด้วย เพราะญี่ปุ่นไม่ใช่ปลั๊กหัวกลม
ที่ชาร์จมือถือ กล้องถ่ายรูป กับเอ็มพีสาม กรุณาอ่านว่ารองรับไฟ 100 - 240 หรือไม่ ถ้ารองรับ คุณใช้ปลั๊กไฟญี่ปุ่นได้
ที่ห้องมีแวร์เลสให้ แต่ไม่เร็ว ให้เร็วไปนั่งที่ฟอร์น จะเร็วมาก
ไปถึงห้อง ก็นอนกลิ้งอย่างแรก แล้วก็ไปห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ชงกาแฟ เปิดทีวีดู มีช่องพยากรณ์อากาศแบบบอกเวลาด้วย ตื่นเต้น วันนี้ฝนไม่ตก ดีใจ อากาศไม่หนาว แต่ต่ำสุด 14 (คืออะไร)
กินกาแฟ พร้อมขนม นอนกลิ้งแป๊บ เปลี่ยนเสื้อผ้าไปจอห์นนี่ช็อป แล้วไปนาระดีกว่า ตามแพลนวันแรกที่ตั้งไว้
ลงซับเวย์สายมิโดซุยจิ สถานีโดบุตซึเอ็นมาเอะ ไปสถานีชินไซบาชิ ให้นั่งฝั่งที่เขียนลูกศรไปทางซ้าย
จอห์นนี่ช็อป ลงที่สถานีชินไซบาชิ ทางออกที่แปด ตึกที่เป็นทางออกปูกระเบื้องสีขาว ออกมาถึง ให้เลี้ยวซ้าย ที่สอง ระหว่างตึกสีขาวสองตึก จะเจอร้านที่โคตรแห่งความไม่เด่น ตอนแรกไม่เห็นเดินผ่านไปหลายรอบ
ไม่ต้องต่อแถว แต่คนเยอะ ผู้หญิงเพียบ 555 ร้านขายสินค้าที่ใช้ผู้ชายเป็นแบรนด์หนิ
ซื้อของเสร็จก็ถ่ายรูปในร้าน ไม่เห็นจะห้ามอะไร แต่ทำไมมีคนบอกว่าห้ามถ่าย ไม่เข้าใจ
แล้วก็นั่งรถกลับไปนัมบะ ย้อนกลับไปหนึ่งสถานีจากชินไซบาชิ ไปขึ้นรถสาย Kintetsu จะมีรถตรงไปนาระ
นั่งไป หลับไป ก็มาถึงนาระตอนบ่ายแล้ว เดินไปซื้อขนมปัง แล้วเดินตามถนนไปนาระพาร์ค ไปหาที่นั่งกินกลางวัน โดยนั่งจ้องกวางว่าจะเดินมาหามั้ย
กว้างเยอะจริงๆ
แล้วชาวบ้าน ก็แต่งตัวแสนธรรมดา จังหวัดก็เงียบ ทำไมคนมันแนวนัก สงสัยต้องหาคุณแม่ให้เจอ จะได้ถามเลี้ยงลูกมาไงคะ ลูกชายเลยเปรี้ยวฮานัก
ไปถ่ายรูปหน้าวัดฮอเรียวจิ เป็นมรดกโลก แล้วก็แบบปกอัลบั้ม คุณปลาอ้วน เล่นกล้องไปเรื่อย มุมสวยสุด อยู่ในลานจอดรถซะงั้น
เดินไปคาสุกะไทชะ เพราะไกลสุด ไปถึงโคมหินเพียบ เงียบอีกต่างหาก เล่นกล้องต่อไป แล้วก็เดินกลับ ว่าจะไปวัดโทไดจิ กับ นันไดมง แต่ออกมาผิดทาง เจอพิพิธภัณฑ์ เออเลี้ยวผิด
รีบเดินย้อนกลับไปเพราะจะไปวัดโทไดจิ ไปถึงตอนที่เค้าจะปิดในไม่กี่นาที แล้วก็โดนสั่งให้เก็บขาตั้งกล้อง -*-
พระใหญ่ แสนจะน่าประทับใจ วัดเงียบ แต่มืดเพราะเค้าปิดประตูทิ้งไปละหลายบาน เหมือนจะบอก จะปิดแล้วๆ
ออกมาคนขายของที่ระลึกเก็บร้านกันไปหมดละ ดีเลยวิวสวย นั่งถ่ายรูปเล่นริมน้ำไปเรื่อย
ระหว่างนั้นก็มีเด็กทำรายงาน สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เราไม่โดน
ข้อสันนิษฐาน 1. หน้าตาดูไม่ออกว่าเป็นคนต่างชาติ ดูกลมกลืน
ข้อสันนิษฐาน 2. นอกจากจะดูกลมกลืน ยังถือถุงจอห์นนี่ ใครจะคิดว่าอีนี่ต่างชาติ สินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นยิ่งกว่าอะไร
เดินกลับมาถึงสถานีหนึ่งทุ่ม แต่ฟ้าสว่างจ้า โทษเถอะ นึกว่าห้าโมงเย็นเมืองไทย ฟ้ายังใส
นั่งรถกลับนัมบะ มาเดินเล่นในนัมบะ แค่เดินเล่นปาไปสองทุ่ม กะว่าจะไปโดทมโบริ ขึ้นมาถึง หนาว... 00
ไอ้ 14 ในทีวี คืออุณหภูมิ เสื้อหนาวไม่เอามา ไงละ เดินหนาว ไปได้สามก้าว กลับๆ เดินไม่ไหวละ
กลับมาโรงแรมตอนสามทุ่ม ออกผิดทางอีกต่างหาก ไปซื้อของที่ร้านร้อยเยน เป็น C1000 กับเบนโตะ แล้วข้ามม้าลายกลับ
นิสัยคนโอซาก้า ทางมันว่าง ก็ข้ามละ ไฟมาเขียวตามหลังคนข้าม เสียงสัญญาณบอกทางข้ามเป็นเสียงนกร้อง
กลับมาเอากุญแจ กลับห้อง ก็ไปอาบน้ำ ห้องอาบน้ำรวม อย่างฮาเหอะ ห้องน้ำไม่มีใครเลย มีเราอาบคนเดียว สบาย มีอ่างให้แช่ด้วย ไม่ต้องไปหาโรงอาบน้ำ
(ไม่มีคำว่าอายแล้ว มาเที่ยวแล้วซึมซับวัฒนธรรมเต็มที่ อาบน้ำ เดินเร็ว แล้วก็การขึ้นบันไดเลื่อน กับการทิ้งขยะแยกประเภท)
กลับเสร็จมาเปิดทีวี 11 องศา เออ ยิ่งกว่าหน้าหนาวเมืองไทยอีกนะนั่น
เข้าโรงแรม นั่งรออยู่นานกว่าจะได้ออนเอ็ม พิมพ์ไทยไม่ได้
น้องช้านไปไหนกันหมด
ไปนอนแล้วก็ได้ หลังจากเช็คเมล์เสร็จ
จบวันแรก พรุ่งนี้จะไปเกียวโต สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินคันไซทำงานจนถึงประมาณหกโมงกว่า คนในออฟฟิศก็ไล่ให้กลับไปได้ละ เดี๋ยวตกเครื่องบิน
นั่งรถเมล์กลับบ้านเหมือนปรกติมาก 40 ไปต่อ 57 แล้วก็เดินเข้าซอย เพราะคุยโทรศัพท์กับพี่รี่ไป กลับมาอาบน้ำ เก็บของ เอาเสื้อผ้าที่คิดว่าไม่ใส่ออก ลดน้ำหนักกระเป๋า แล้วก็กินข้าวเย็น เสร็จแล้วตอนจะไปขึ้นแอร์พอร์ทบัส ท่านแม่ก็ขับไปส่งให้ที่สีลม ยืนรอไปรอมา ก็ไม่มาสักที กลัวไปเช็คอิน แล้วก็ซื้อของไม่ทัน ก็มีแท๊กซี่คันนึงจอด โดยไม่ได้โบก เค้าเห็นกระเป๋า เลยรู้ว่าต้องเดินทาง บอกไปสนามบินสุวรรณภูมิ เค้าก็โอเค นั่งไปก็สบายใจ แท๊กซี่คุยเก่ง อัธยาศัยดี เห็นรถไฟฟ้าที่กำลังสร้างด้วย เมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ยจะได้ใช้เดินทางมาได้ง่ายๆ พอแท๊กซี่มาจอดส่งให้ลง ก็เดินเข้าไปเช็คกระเป๋า กรุ๊ปทัวร์ของบริษัท... กำลังจะไป ยึดเคาน์เตอร์โหลดกระเป๋าไปซะสี่บูท เลยไปเช็คอีกฝั่งที่ทั้งแถวมีแต่คนญี่ปุ่น เจอพี่แอนอู และแอนโอพอดี สองคนนั้นโหลดเสร็จก่อน ไปคุยกับคุณชูที่พาครอบครัวมาส่ง พอโหลดกระเป๋าเสร็จ คุณชูถามว่าแฟนอาราชิหรอ อวยพรให้ด้วย กัมบัตเตะเนะ ^^ เดินไปเอาโทรศัพท์พี่แอนกัน แล้วก็จดเบอร์ชั่วคราวพี่แอนในญี่ปุ่น แล้วก็แยกกันเพราะเกทมันคนละฝั่ง ซื้อน้ำหอมที่เค้าฝากซื้อ แล้วก็ฝากไว้เสร็จ รีบเดินไปขึ้นเครื่อง เพราะคิดว่าต้องตรวจกระเป๋านานแน่ๆ แล้วก็จริง เพราะต้องเอาขาตั้งกล้อง ร่ม กับพวกมือถือ แยกสแกน ก็บอกว่าไม่ต้องสแกน เปิดค้นเลยก็ได้ ดูผ่านกล้องแล้วจะเห็นชัดมั้ย เห็นไม่ชัดก็เอาไปค้นไป น่าเช็งตรงนี้แหละ โดนตรวจของไป 4 รอบ ต้องมานั่งจัดกระเป๋าใหม่อีก -*- ตอนเดินขึ้นเครื่องก็ข้องใจ ทำไมเดินลงไปชั้นล่างเลยละนั่น แล้วก็ต้องไปขึ้นชัตเตอร์บัส ไปขึ้นเครื่องที่จอดอยู่ในลาน ข้างๆ มีเครื่องของบางกอกแอร์เวย์ ที่กำลังจะไปฟุคุโอกะพอดี วันศุกร์เย็นๆ ไปญี่ปุ่นหลายไฟลท์ ตั้งแต่ขึ้นชัตเตอร์บัส มาจนถึงขึ้นเครื่อง นอกจากพนักงานการบินไทย คนไทยไปไหนกันหมดละเนี่ย ?? ดีที่ได้นั่งข้างคนไทยด้วยกัน พี่เค้าเป็นคนแขกอินเดีย แต่สวยมาก น่ารัก ^^ แล้วอย่างเซ็งกับการบริการของไฟลท์นี้ ขอโทษเหอะ แอร์ไชน่ายังบริการดีกว่า อะไรเนี่ย น้ำเทใส่แก้วสำเร็จ แล้วก็เอามาส่งให้ ไม่ค่อยมีให้เลือกด้วย ของว่างเอามาให้ก่อนอาหาร แล้วขอโทษเถอะใส่ตะกร้าหวาย แต่เอามือหยิบส่งให้ เครื่องนี้ไฟลท์เต็มมากมาย คนนั่งทุกที่นั่ง ตอนเช้าประมาณตีสี่เอาอาหารมาเสิร์ฟให้ หยิบกระดาษใส่รูปอาหารมาส่งให้ เลือกเมนดิส ไม่มีการบอกว่าอาหารอื่นคืออะไร มีระหว่างบะหมี่หมู กับ ออมเล็ต เลยเลือกกินออมเล็ตเพราะถูกโฉลก หน้าตามันดีกว่าบะหมี่ กินเสร็จบริการน้ำแบบน่าเซ็ง กาแฟก็ไม่มี ฮ่วย!! -*- พอกินเสร็จก็แจกกระดาษแบบฟอร์มเข้าเมืองอันใหม่ เปลี่ยนแบบจากในหนังสือน้ำเที่ยวอีกแล้วงับ เลยกรอกไปคร่าวๆ ก่อนจะนั่งตีความว่าให้เขียนไฟลท์ไหนกันแน่ สรุปว่าเขียนแต่ไฟลท์ขาเข้าทั้งสองด้าน พอเครื่องแลนดิ้งๆ มองนอกหน้าต่างเห็นประเทศญี่ปุ่น น้ำตาปริ่ม มาถึงแล้วนะ ญี่ปุ่นจ๋า พอเดินลงจากเครื่องมาก็ต้องเดินไปขึ้นรถรางเข้าสนามบิน
ด่านแรกเลย คือแบบสอบถามด้านสุขภาพ เดินมากรอก แต่ตอนนั้นมีคนเดินผ่านไปโดยไม่กรอกให้เพียบ คนไทยคนอื่นด้วย งง?? ทำไมไม่ต้อง
แต่เห็นเจ้าหน้าที่นั่งดูเครื่องจับอุณหภูมิคนที่เดินผ่านตลอด เลยกรอกละกัน เป็นภูมิแพ้อากาศนี่ ตอนนี้หนาวนิด
ต่อจากนั้นไปเดินต่อแถวผ่าน ตม. ไม่มีคนต่างชาติเลย นับคนได้เหอะๆ ไม่ถึงสิบคนเลย
เจ้าหน้าที่ก็บอกให้กดนิ้วสแกน กับถ่ายรูป มือเป็นแผลเลยไม่ได้ติดพลาสเตอร์ยา เพราะต้องสแกน เลือดไหลซิบ
เค้าก็ถามบอกนอนไหน ที่อยู่นี่คือโรงแรม มีโรงแรมนี้จริงหรอ เลยหยิบใบปรินท์จากเว็ปราคุเท็นให้ดู เค้าก็แปะสติกเกอร์ส่งให้เลย
อะไรกันนี่!!!!!!!! ทำไมไม่ถามอะไรหน่อยเลยละ แต่จริงๆ ไม่โดนถามนั่นแหละดีแล้ว
ไปเอากระเป๋า อย่างน่ายินดี กระเป๋าออกมารอเป็นใบแรกของไฟลท์เลย ตื่นเต้นๆ
เลยออกจากประตูเป็นคนแรกของไฟลท์ เจ้าหน้าที่ไม่ถามอะไรเลย ขอดูใบฝากกระเป๋าที่ติดอยู่ที่ e-ticket จบ เลขเดียวกัน
ฝ่านประตูเข้ามาในสนามบินด้วยใจเบิกบาน เย้ มาถึงญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว
ไปเอาซิมการ์ดเป็นอย่างแรก ก่อนจะเดินไปซื้อบัตร Kansai Thru Pass ไว้นั่งรถเข้าเมือง 3,800 เยนใช้ได้สองวัน นั่งรถใต้ดิน ได้เกือบหมดภูมิภาคคันไซ รถบัสเกือบทุกคันในคันไซ ที่มีที่ใส่การ์ด ถ้าไม่มีที่เสียบการ์ดนั่งไม่ได้นะคะ
ก่อนจะขึ้นไปชั้นสี่ ฝั่งขาออก เพราะมีโปสเตอร์ AU ไซส์ใหญ่พิเศษ อย่างหล่อเถอะ แต่ทำไมไม่ใช่ไอบะ (555) ถ่ายรูปคู่โช คนมองกันเพียบ โอจังถ่ายยาก มุมไม่มี ถ้าไม่มีคนถ่ายให้ จะเกะกะชาวบ้านเค้ามาก เพราะไม่ได้ใช้ขาตั้ง แต่วางบนกระเป๋าแทน
แล้วก็ไปเปลี่ยนเจอาร์เรียลพาส เริ่มพรุ่งนี้ (คิดผิดจริงๆ น่าเริ่มวันอาทิตย์)
แล้วก็ไปขึ้นสายนันไก ไปโรงแรมที่สถานีชินอิมามิยะ ขึ้นโลคอล เพราะรถออกก่อน ราพิทที่ยังทำความสะอาดอยู่ และอยากชมวิว
สนามบินคันไซสร้างด้วยการถมทะเล อยู่ห่างไกลตัวเมืองมาก แต่ก็ทำให้ไม่เกิดปัญหามลภาวะทางเสียง
จริงๆ สนามบินสุวรรณภูมิมันไม่ผิด แต่หมู่บ้านที่มาสร้างใกล้นั่นแหละ เข้ามาใกล้มาก
ถ้าเมืองไทยตัดปัญหาโดยการสร้างสนามบินด้วยการถมทะเล ได้อย่างญี่ปุ่น หรือสิงค์โปร์ปัญหานี้คงไม่เกิด
แต่ว่าเถอะสมัยก่อนหนองงูเห่า ก็ไกลสุดยอด คนดันย้ายตามความเจริญ
แล้วถ้าสร้างรถไฟฟ้ามาจริง อย่างแรกมันจะมีลิฟท์ให้ใช้เหมือนกับสถานีรถไฟในญี่ปุ่นมั้ย ไม่ใช่มีแต่ปิดทิ้ง ขอโทษเถอะกระเป๋าใบใหญ่ แต่บันไดเลื่อนกว่าจะขึ้น ต้องปีนขึ้นไปอีก แล้วก็ไม่ค่อยจะมีบันไดเลื่อนลง มีแต่เลื่อนขึ้น เอาเข้าจริง มีรถไฟฟ้าเดินทางไปสุวรรณภูมิ หลักปฏิบัติจริง ก็ไม่น่าใช้ เพราะเดินทางดูยากลำบากกว่าการเรียกแท๊กซี อุปสรรคก็คือ กระเป๋าเดินทางมันเคลื่อนย้ายยาก สำหรับบันไดรถไฟฟ้า
ข้าราชการไทยไปดูงานเมืองนอกอยู่เรื่อย แต่แค่ขั้นตอนการอำนวยความสะดวก ยังไม่มีการศึกษานำมาใช้
นี่ประชาชนธรรมดาไปยังเห็นความแตกต่าง ว่าอะไรที่เมืองไทยขาดไป
แต่ก็เหอะอะไรที่อำนวยความสะดวกได้ คนขี้เกียจมันก็แย่งใช้เหอะ
ไม่ได้สนหรอกว่าคนที่เค้าต้องใช้จะลำบากแค่ไหน
บ่นไปแบบนี้แล้ว...
มีมารยาท แต่ไร้น้ำใจ กับไม่ค่อยมีมารยาท แต่น้ำใจงามนี่ อะไรดีกว่ากันน้า June 05 เหลืออีกเก้าวันจะไปญี่ปุ่นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้
รู้แต่เมื่อได้ไป ก็ต้องไปในปี้นี้แล้ว
จริงๆ คืออยากไปในอีก สามเดือนข้างหน้าด้วย
อยากเจอคนที่อยากเจอ
ครั้งนี้ไปเจอสุดที่รัก
แต่เดือนเก้าอยากไปเจอรักที่สุด
เป็นเด็กไม่ดีเลยจริงๆ
เป็นคนไม่ดีเลยจริงๆ
แต่ถ้าพยายามเพื่อให้ได้ไป แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน
อีกเก้าวันเองจ้า ญี่ปุ่นจ๋า ป๋วยมาแล้ว April 20 อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปต้นปีสมัยเรียนอยู่ปีสุดท้ายไปไหว้พระที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
มีพระเสี่ยงทายด้วยศักดิ์สิทธิ์มาก ไปลองดูได้
ถาม (ในใจ) เรื่องเรียน แต่ตอนนั้นไม่มีความคิดจะต่อโท...
คำตอบก็ตามที่คาด ไม่คิด ก็จะอุ้ม
เลยถามไปว่าถ้าทำอะไรที่ตั้งใจไว้ แต่มันยาก แล้วก็คงไม่มีใครเข้าใจจะสำเร็จรึเปล่า
ตอนนั้นคำตอบคือสำเร็จแต่ไม่ได้บอกใครว่าถามอะไร
แล้วต้นปีที่แล้วไปไหว้พระที่อยุธยา
มีช้างเสี่ยงทาย ให้เอามือข้างเดียวจับช้างทองเหลืองตันๆ
เลยถามตรงๆ (ในใจ) จะไปญี่ปุ่นคะ จะได้ไปมั้ยในปีสองปีนี้ ถ้าได้ไปขอให้ยกขึ้น
ตอนที่ยกขึ้นเป็นที่น่าตื่นเต้น แม่ถามว่าถามอะไร (ตอบไม่ได้อะเจ้ เพราะตอนนั้นยังไงขอก็ไม่อนุญาต)
เลยถามกลับ (ใครจะอธิษฐานแบบนี้บ้าง ถามกลับนะคะ)
จะไปญี่ปุ่นคะ จะได้ไปมั้ยในปีสองปีนี้ ถ้าได้ไปขอให้ยกไม่ขึ้น
คุณช้างก็หนักอย่างกับมีใครมาเหยียบไว้ ไม่มีขึ้นเลย
คราวนี้อาอี้ อาเจ๊ก อาม่า อากง ถามว่าทำอะไร
(หนูบอกไม่ด๊ายยยย)
แต่ปีนี้พอจะได้ไปจริงๆ แล้ว กลัวๆ ขำๆ เหมือนกัน
จะไปยังไงต่อไปหนอชีวิต April 08 วันที่ฉันป่วยจริงๆ เป็นเรื่องของวันเสาร์
เริ่มจากวันศุกร์ กลางวันกินเผ็ดจัดตอนท้องว่าง ตอนเย็นกินของงานวัด (ไม่ใช่อะไรที่เป็นสาระแน่นอน)
คืนนั้นเอาสิ นอนได้พักนึง ตื่นมาอาบน้ำ คลื่นไส้ไปหมด แล้วมันก็ไปหมด...
เช้ามาก็น็อคๆ มึนๆ
แต่นัดชาวบ้านเค้ามาเอาหนังสือไว้เป็นสิบ นัดป้อมด้วย นุ่นด้วย
เอาฟระ เรียกแท๊กซี่จากบ้านไปสยาม (สิ่งที่ไม่ค่อยจะทำ ปกติรถเมล์)
ไปถึงโอนเงินค่าหอน้อง แล้วก็นั่งแช่ตัวเองในตำสะเด็ด
ตอนนี้ก็ช็อคตัวเองกินข้าวไม่หมด ไม่มีปัญญากลืน
รอจนคนมาเอาหนังสือ ทยอยกันมา ใครมั้งละเนี่ย ปวดหัวจำไม่ค่อยได้
จำโอ๋ได้ น้องแมวได้ ทอนตังค์เกินกับเพื่อนโอ๋ไปด้วย ช่างมันละกัน NuckyZuu อ่านฟิคเราด้วย โอ้
ส้มมา aisakiมา จำชื่อไม่ได้ เครียด เบลอขนาด ป้อมมา นุ่นมา รัตน์มา รอกุลมาเอาฟิค แล้วก็ย้ายทิศไปเซ็นทรัลเวิร์ด
นั่งดูเค้ากินตะลิงปลิง กินอะไรไม่ได้ แต่หลังจากที่ไข้ทำให้ข้าวกลางวันหายไป เราก็กินบานอฟฟี่พายไป (ป่วยแต่ของอร่อยมันคนละเรื่อง)
แล้วก็ลากสังขารไปนารายาต่อกันอีก ได้กระเป๋ามาอีกใบ (โบว์ยักษ์สีส้มอิฐ)
ขากลับเรียกแท๊กซี่จากตรงข้ามเซ็นทรัลเวิร์ด ไม่มีรถยอมไป กัดฟันขึ้นรถเมล์ มาสีลม เรียกแท๊กซี่
ก่อนจะกลับบ้านมาอาบน้ำสลบ...ยันเช้าอีกวัน...แต่ทันตื่นมาดู ฮานะดันซะงั้น
อะไรนักหนาหนอ พอจันทร์มาไข้หายไปเรียบ เจองาน กับหน้าไอบะหายเลย
แล้วก็ดีขึ้นมากมายตอนเห็นหนังสือ song เอ็นโดริคุงหล่อ โฮะๆๆ March 19 19 มีนาคม 25474 ปีที่แล้ววันนี้ได้เจอใครบางคน ที่ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ อย่างไม่คิดว่าชาตินี้จะเป็นกับเค้าได้เลย
แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชาตินี้จะได้เจออีกครั้งมั้ย หรือ ได้เจออีกทีเมื่อไหร่
คิดถึงจัง
คิดถึงตอนที่ได้สบตา ได้จับมือ ได้ขอลายเซ็น จนถึงตอนที่ซึโยชิโบกมือบ๊ายบาย
คิดถึงซึโยชิที่สุดเลย ทำอะไรอยู่หนอ พรุ่งนี้คอนวันแรก กำลังเครียดรึเปล่า หรือ เป็นยังไงนะ
อยากเจอจัง...
................................
ฉันยังยืนที่เดิม และคอยมองดูเธอเสมอไป นานแสนนานเพียงใด ถึงไกลสุดขอบฟ้า
ฉันยังยืนที่เดิม และเมื่อเธอมีทุกข์และน้ำตา แค่เพียงเธอมองมาฉันยังอยู่ที่เดิม
I be there for you.
................................. March 09 ผู้ชายของเราไม่โสดไปอีกคนแล้วไปอ่านบล็อกพี่หยิ่น http://yinchan.exteen.com/ หลังจากอยู่กับงานมาหลายวัน
ยามากุจิ ทัตซึยะ กับการประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบ
o [] o ........
\ ^ O ^ / ....ye ye
คบกันมาแปดปี อยู่กินร่วมกันแล้ว และยื่นจดทะเบียนเพราะว่าแฟนสาวตั้งครรภ์
เซอร์ไพรส์
หรือต้องรุ่นใหญ่ อายุสามสิบกว่า ลุงคงต้องกลัวบ้างว่า คนในสังกัดจะขึ้นคาน
แต่....
ใครจะเป็นต่อไปที่ไม่โสดน้า
February 20 ฮานะดังอินฮ่องกง & พาต้าใครก็ได้บอกที่ทำไมโดเมียวจิ มันเป็นได้ขนาดนี้
หน้าแปลกได้เยี่ยม กับหมวก และหน้าอันไม่ตื่น (ผมคงเป็นเป็ด)
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ชุดนี้...ซึโยชิ อย่าได้เห็นเชียวนะ
ป๋วยช็อค...!!! จุน... o [] o
เครดิต : บ้านอาราชิในพันธ์ทิพย์
...........................................................
สุดท้าย
![]() ใครเคยไปห้างนี้ ต้องจำได้อยู่แล้ว เราก็เคยไป เพราะห่างออฟฟิศ แค่ห้านาที เอาไว้ไปซื้อแผ่นดีวีดีเปล่า ซีดีเปล่า หมึกปรินซ์ เสื้อผ้า &etc.
ไอบะซังที่รักยิ่ง จะไปเดินพาต้าไม่ได้ อีกเป็นปี
ที่ตำตาตำใจ คือ เห็นห้างนี้ทุกวันที่ไปทำงาน
มันใกล้ไป จนกว่าจะทำใจ...
...........
ปล. เสาร์-อาทิตย์นี้ไปเที่ยวกาญจนาบุรี กับเอ็มกรุ๊ป ไม่ได้ไปตามรอยใคร แต่ถ้าเค้าแวะวัดนั้นขึ้นมาคงช็อคคุ
February 06 DT X AM , IY+KT+YTเห็นขึ้นอย่างนี้ ใครอ่านฟิค ก็จะบอกว่าฟิคเรอะ
ไม่ใช่ฟิคหรอก ถึงเราจะแต่งฟิคก็เถอะ... (ใครชอบก็หาอ่าน ใครไม่ชอบไม่ต้องหา)
แต่เกิดขึ้นเพราะอยู่ดีๆ น้องตรูก็พูดว่า
"แจ้ป๋วย ดูมีความสุข เวลาพูดถึงไอบะ มากกว่า ซึโยชิ"
แล้วก็มาคิดว่าเพราะอะไร
ซึโยชิ นี่เป็นอะไรที่บอกว่าชอบโดยไม่มีมูลเหตุ ไม่มีพื้นฐาน ไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่มันชอบเอง และชอบอยู่แบบนั้น มากเลยน้อยไปตามภาวะ (อะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน)
วาระ และโอกาส
มารู้ชัดตอนได้เจอหน้า ร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวรมาก เพราะอะไรไม่รู้ รู้แต่ดีใจที่ได้เจอคนนี้
ทุกวันนี้ ตามข่าวบ้าง ไม่ตามบ้าง รู้แต่ตามเมื่อไหร่ คือ ออกซิงเกิ้ล กับ อัลบั้ม (ฤดูเสียเงิน) ออกคอนเสิร์ต (เวลาที่ไปญี่ปุ่นยากอิบอ๋าย)
เว็ปบอร์ดต่างประเทศ และข่าว ก็หายไปทีละเว็ปสองเว็ป ตามแฟนที่แก้ขึ้นจนออกจากเน็ทกันไป (GEN-X เป็นเป้าหมายใหญ่ของ KinKi Kids ธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ เป็นแบบนี้นั่นแหละ)
ส่วนไอบะ ข่าวมากับอาราชิ
แล้วอายุของอาราชิ ทาร์เก็ตคือ GEN-Y (ไม่ใช่สาววายนะ กรุณาทำความเข้าใจด้วย)
เด็กเจนท์วาย จะมีชีวิตในโลกเสมือนจริง คือ มีความสุขในการคุยกับคนที่ไม่เจอหน้ามากกว่า บล็อก ไดอารี่ออนไลน์ และออนเอ็ม ทำให้ชีวิตง่ายกว่า
แฟนกลุ่มนี้จะอัฟข่าวสารทุกอย่างของศิลปินในเน็ทโดยเรียบร้อย และแข่งกันเรื่องความเร็ว เพื่อให้คนมาเข้าชมด้วย (ไม่ได้ว่าใคร แต่พิสูจน์ได้ในทฤษฎีจริง ของการแบ่งยุคมนุษย์)
ข่าวสารจะมาจากทุกสารทิศ รู้ข่าวมาก แสดงออกได้บ่อย เลยดูกลายเป็นเช่นนั้น
ไม่รู้เหมือนกันว่ารู้สึกยังไงกับใครมากกว่า
แต่รู้ว่า พิเศษกว่าคนอื่นแล้วเท่านั้น
ส่วนอิโนจจิ คุซานางิซัง และยามากุจิซัง ก็สำคัญ แต่ไม่เท่าสองคนนี้แล้ว (แต่ก็เสียเงินให้อยู่ หมายความว่าอะไร)
เพราะฉะนั้น
ถ้าใครเห็นว่าช่วงนี้ พูดถึงแต่ไอบะ เพราะตอนนี้เด็กมันหน้าตาดี อายุกำลังดี ย่าง 26 เหมาะแก่การเอาไปย่างกิน เนื้อหวาน (???)
January 26 จ่ายบานเบอะรายจ่ายเพียบไปหมด
รูปช็อปสิ้นปีคราวนี้ คงหมดเยอะอีก
50 กว่าใบ
จนกันต่อไป
..................
วันนี้ไปนารายาช็อปที่เซ็นทรัลเวิร์ด
ไปร้านชั้นล่างคนญี่ปุ่นเต็มร้าน หาของไม่ค่อยเจอ พนักงานต้อนรับคนญี่ปุ่นดีมาก แต่ชั้นเป็นคนไทย การบริการเลย...
ไปร้านชั้นหก ของน้อยมาก แต่พนักงานน่ารัก ช่วยเดินช่วยหา ยิ้มแย้ม
แต่หาซื้อไม่เจอ ไว้วันไหนเดินตัวปลิวๆ จะไปหาของใหม่ มีสาขาบ้านสีลมด้วย เดี๋ยวไปหาสาขานี้มั่ง
แปลกใจราคาของไม่แพงเท่าที่คิด ไปหากระเป๋าไปฟิตเนสที่นี่ดีกว่า
......................
ปวดไมเกรนอีกแล้ว อะฮึๆ
......................
กลับมาบ้านรอดูมิวสิคสเตชั่นทีฟิลม์เอเชีย ไอ้ที่ไม่ฉายตอนคินคิ ก็ยังไม่ฉายต่อไป ไม่ยอมรับว่าฉายผิดตอนด้วย เซ็งมันวะ บริษัทนี้ December 31 KinKi Kids Photo Concert We are Φn' 39 and U 2007 - 2008เอนทรี่นี้มีสองคำ
1. อยากไปดูคอน
2. อยากได้ว้อย
![]() เปลี่ยนโลโก้รูปหน้าคอนใหม่ ตามอาราชิ ให้แยกง่ายขึ้น
![]() แต่หน้าตาดีเหมือนเดิม
![]() แก่แล้วทำขรึม
![]() ![]() รูปคู่ที่เข้าช็อป เห็นแล้วจะยินดีมาก ถ้าใครจะไปตบหัวสองคนนี้ให้ หันหลังนี่คือถ่ายรูปรึพ่อคุณ
แฟ้ม หน้าตาดี แต่ไม่น่าประทับใจเท่าหน้าประหลาดของ 39
![]() เข็มกลัด มั้ง
![]() เพนไลท์
![]() พัด หันข้าง??
![]() ![]() รูปหน้าคอนเซ็ทไลฟ์ ขายที่โตเกียวโดมรอบแรก
![]() ![]() ![]() หน้าตาโคอิจิยังมียิ้ม แต่ซึโยชิไม่มี ใครให้เลือกหน้าแบบนี้ทำสินค้าหะ ซึโยชิ
ผ้าเช็ดมือ???
![]() ![]() พวงกุญแจ
![]() โปสเตอร์ขาดโคจัง
![]() ![]() ขาดแพม ที่ธรรมดามากๆ แค่เล่มดำๆ มีโลโก้ กับโปสเตอร์ เพราะเครื่องแฮงค์ โหลดอืด
อยากไปดูคอน ไปเมื่อไหร่จะซื้อของหน้าคอนทุกชิ้น December 26 BirthDay my Rabbit & KKK DOME CONCERT24 ธันวาคม เป็นวันคริสตมาสอีฟ
และเป็นวันเกิด ไอบะ มาซากิ ตอนนี้ก็ 25 แล้ว เบญจเพสพอดี (จริงรึ อายุเท่านี้จริงรึ)
รั่วขึ้น โก๊ะขึ้น หล่อขึ้น น่ารักขึ้น
พยายามเข้านะ เรื่องงาน
แล้วก็มาไทยเมื่อไหร่ ก็บอกกันมั้ง รู้ทีหลังไม่กี่วันจะบ้าตายเอา (พาต้า...เหอๆๆ ลอยกระทงด้วย เอาเข้าปาย)
---------------------------------------------------------
Credit : http://tsuyoshi8joy.vox.com/
December 16 D I S Cไม่ได้พูดถึงแผ่นซีดีอะไรหรอกนะ แต่จะพูดถึงแบบทดสอบบุคคลต่างหาก Dominance (D), Influencing (I), Steadiness (S) ,Compliance (C) โผงผางตรงไปตรงมา , โอ้ลัลล้า ชอบแสดงออก , สงบเสงี่ยบเรียบร้อย , เจ้ากรมข้อมูลข่าวสาร สำหรับผลการทดสอบ ไม่บอก ซะที่ไหน ได้ C การพูดกับเราต้องความจริงเท่านั้น ข้อมูล ต้องเป็นจริง อ้างถึงได้ไม่ใช่บอกว่ามาจากความคิด หรือสัญชาติญาณ ไม่เชื่อเฟ้ย เป็นโปรแกรมทดสอบบุคคลที่ต้องเรียนกันเป็นแสน ค่าโปรแกรมร่วมหมื่น แต่พี่เค้าเอามาทดสอบน้องๆ เพื่อจะเลือกปฏิบัติตัวกับเราถูก ไม่ได้ขอมา ไม่งั้นจะชวนเล่นกัน เหอๆๆ |
|
|